กู้หย่วนไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เพียงใช้นิ้วโป้งลูบไล้บนผิวมุกมังกรมายาเบาๆ ท่าทีแฝงความรำคาญใจเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น
“เวลาของข้ามีจำกัด ท่านพูดมาตรงๆ ดีกว่า อย่ามัวแต่เล่นปริศนาคำทายอยู่เลย”
ชายชราผมขาวชะงักไปเมื่อได้ยินเช่นนั้น รู้ตัวว่าตนอาจจะเล่นแง่มากไปหน่อย จึงยิ้มแห้งๆ
“เป็นความผิดของข้าเอง เอาเถอะ ข้าจะพูดตามตรงก็แล้วกัน มูลค่าของมุกมังกรมายาเม็ดนี้ เมื่อเทียบกับโอสถวิญญาณของสหายเต๋ารวมกันแล้ว ถือว่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลยแม้แต่น้อย”
“ทว่า ขอเพียงสหายเต๋ารับปากว่า ภายภาคหน้าหากมีโอสถวิญญาณอีก จะนำมาขายให้ข้า ข้าขอเป็นคนตัดสินใจ ให้สหายเต๋านำมุกมังกรมายาเม็ดนี้กลับไปได้เลย ซ้ำยังจะแถมหินวิญญาณให้อีกหนึ่งพันก้อนด้วย”
พอคำพูดนี้หลุดออกมา กู้หย่วนยังไม่ทันได้ว่ากระไร ลูกจ้างที่อยู่ด้านข้างกลับตกตะลึงจนตาค้าง
ชายชราผมขาวไม่แม้แต่จะปรายตามองเขา เอาแต่ส่งยิ้มให้กู้หย่วน
เงื่อนไขนี้ดูเผินๆ เหมือนเขาเป็นฝ่ายขาดทุน แต่ในความเป็นจริง โอสถวิญญาณที่กู้หย่วนนำมานี้ ขอเพียงหอร้อยสมบัตินำไปปล่อยขายต่อ ก็สามารถทำกำไรเพิ่มได้อีกหลายพันหินวิญญาณแล้ว