ดังนั้น กู้หย่วนจึงตั้งใจจะนำโอสถวิญญาณที่เขาหลอมออกมาไปใช้ที่อื่น
“ศิษย์หลานกู้ ช้าก่อน”
ขณะที่กู้หย่วนกำลังจะจากไป เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
เมื่อหันกลับไปมอง ก็พบกับนักพรตวัยกลางคนรูปร่างผอมแห้ง สวมชุดนักพรตสีเทาอมเขียวผู้หนึ่ง
คนผู้นี้มีโครงกระดูกกว้างใหญ่ แขนเสื้อกว้างปลิวไสว ไว้หนวดเครายาว ดูมีกลิ่นอายของความเป็นเซียนผู้หลุดพ้นอยู่หลายส่วน
“ที่แท้ก็ศิษย์ลุงชิงมู่นี่เอง ศิษย์คารวะขอรับ”
กู้หย่วนประสานมือคารวะ
คนผู้นี้ก็คือนักพรตชิงมู่ ที่เคยพบหน้ากันครั้งหนึ่งเมื่อคราวที่แล้ว ณ หออวี้ติ่งแห่งนี้นั่นเอง
“หึหึ ศิษย์หลานไม่ต้องมากพิธี”
นักพรตชิงมู่ยิ้มบางๆ กวาดตามองกู้หย่วนตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาหยุดลงที่ถุงเก็บของในมือของเขาครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า
“เป็นอย่างไร? ที่ศิษย์หลานกู้มาหออวี้ติ่งในครั้งนี้ คงมาซื้อสมุนไพรวิญญาณไปหลอมโอสถกระมัง?”
“ศิษย์ลุงช่างสายตาแหลมคมนัก”
กู้หย่วนพยักหน้ายอมรับ
นักพรตชิงมู่ถอนหายใจราวกับไม่ได้ตั้งใจ
“การฝึกฝนวิชาหลอมโอสถเป็นงานที่ผลาญทรัพยากรสมุนไพรวิญญาณอย่างยิ่ง หากต้องการให้มีความก้าวหน้า พูดกันตามตรงก็คือต้องใช้สมุนไพรวิญญาณถมลงไป”