หวงเยี่ยจ้องมองเพียงชั่วครู่ ก่อนที่ลมยามราตรีพัดผ่านตรอกแคบ เงาของร่างในชุดดำเลือนราง ก่อนจะกลืนหายไปกับความมืดอันเงียบงัน
ไม่มีเสียงฝีเท้า
ไม่มีคำกล่าวลา
เหลือไว้เพียงเศษซากศพที่แตกกระจายอยู่ริมกำแพง เลือดแดงฉานที่ยังไหลซึม และหญิงสาวผู้รอดพ้นจากหายนะโดยเส้นด้ายบางๆ
ค่ำคืนนั้นยังคงดำเนินต่อไปเช่นเดิม แสงไฟจากถนนใหญ่ส่องลอดเข้ามาเพียงริบหรี่ ราวกับโลกภายไม่ได้รับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
ท่ามกลางค่ำคืนที่ทอดตัวลงเหนือชานเมืองอันซับซ้อน หวงเยี่ยเคลื่อนไหวราวกับเงาที่ไร้น้ำหนัก แสงไฟจากป้ายร้านและโคมถนนสะท้อนบนหน้ากากสีขาวลวดลายแดงเป็นริ้วเรืองรอง ก่อนจะเลือนหายไปทุกครั้งที่เขาก้าวพ้นแนวสว่างเข้าสู่ความมืดลึกของตรอกคดเคี้ยว
คืนนั้น หวงเยี่ยได้ออกล่าอาชญากรและสังหารพวกมันไปมากมายหลายสิบคน
การกระทำเล็กๆน้อยๆเช่นการขโมยของตามร้านค้า หรือกระทั่งบุกรุกที่พักผู้อื่นในยามวิกาล หวงเยี่ยไม่แสดงความปราณีแม้เพียงเศษเสี้ยวเดียว เพราะในสายตาที่ถูกปรับเปลี่ยนความคิดไปแล้ว พวกมันไม่ใช่มนุษย์ผู้หลงผิด หากเป็นต้นตอแห่งความมืดที่ต้องถูกตัดทอน