ใช่ว่าเหลียนเซวียนไม่อยากไปเร็วๆ แต่เขาเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วจริงๆ
เหลียนเซวียนสีหน้าเคร่งเครียด ยกเท้าแต่ละก้าวเดินไปอย่างยากเย็น ก้าวแล้ว… ก้าวเล่า
หนึ่งนาทีผ่านไป ก็ขยับไปได้แค่ไม่กี่ก้าว
เซวียเสี่ยวหรั่นมุมปากกระตุก ปรกติแล้วไม่เคยรู้สึกว่าเขาจะช้ามากขนาดนี้ แต่ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานกลับรู้สึกว่าเขาเร็วกว่าหอยทากแค่นิดเดียว เซวียเสี่ยวหรั่นอยากแบกเขาขึ้นหลังใจจะขาด
แต่น่าเสียดาย กำลังของเธอมีจำกัด น้ำหนักของเขาก็ไม่เบา หากแบกเขาวิ่ง ก็คงไปไม่ได้ไกลเท่าไร
เซวียเสี่ยวหรั่นวางกระบุงลงพื้น หันกลับไปช่วยพยุงเขา
เหลียนเซวียนกลับปฏิเสธความช่วยเหลือ ชี้นิ้วมือไปข้างหน้าบอกให้เธอไปก่อน
“ไม่ได้” เซวียเสี่ยวหรั่นเข้าใจทันที ความหมายของเขาคือให้นางกับอาเหลยวิ่งไปก่อน
สภาพร่างกายของเขาตอนนี้ เซวียเสี่ยวหรั่นเข้าใจดีกว่าใคร เหมือนกับการออกแรงซัดอาวุธลับ ทำได้แค่สองครั้งก็นับว่าไม่เลวแล้ว
จำนวนหมาป่าฝูงหนึ่งหาใช่สิ่งที่เขาจะรับมือได้ในตอนนี้
เหลียนเซวียนย่อมรู้สถานการณ์ของตนเองดี แต่นางกับลิงน้อยอยู่ที่นี่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ แล้วเหตุใดตนเองต้องทำให้พวกนางพลอยตกอยู่ในอันตรายด้วยเล่า
เขาทำหน้านิ่ง ยังคง