หลังจากอำลาซือหม่าเหยียน เฝิงเส้าเจี๋ยก็พากู้หย่วนเดินออกมาจากห้องปรุงโอสถ
“ศิษย์น้องโปรดตามข้ามา ที่พักของเจ้าเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว อยู่ด้านหลังนี้เอง ไม่ไกลนักหรอก”
เฝิงเส้าเจี๋ยเดินนำทางไป จากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ทำให้เขาตระหนักดีว่าท่านอาจารย์ของตนให้ความสำคัญกับกู้หย่วนมากเพียงใด เขาจึงเก็บงำความดูแคลนที่มีต่อกู้หย่วนไปจนหมดสิ้น
“เช่นนั้นก็ต้องรบกวนศิษย์พี่เฝิงแล้ว”
เมื่อสังเกตเห็นสายตาที่ซับซ้อนของอีกฝ่าย กู้หย่วนก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก
“เดี๋ยวก่อน!”
ขณะที่ทั้งสองเดินลงบันไดมา และกำลังจะผ่านระเบียงทางเดินยาว จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกดังขึ้น
ทั้งสองชะงักฝีเท้าและหันไปมองตามเสียง ก็พบกับนักพรตวัยกลางคนผู้หนึ่ง รูปร่างผอมแห้ง สวมชุดนักพรตสีเทาอมฟ้า
นักพรตผู้นี้มีรูปร่างผอมแห้ง แตกต่างจากปรมาจารย์เจินจวินคูมู่ตรงที่เขามีโครงร่างกระดูกที่กว้างใหญ่ แขนเสื้อกว้างพลิ้วไหว ไว้หนวดเครายาวเฟื้อย ดูมีสง่าราศีและกลิ่นอายแบบเซียนผู้หลุดพ้นอยู่ไม่น้อย
“คารวะท่านลุงชิงมู่ขอรับ!”
เฝิงเส้าเจี๋ยประสานมือคารวะ