ั้งคืน คงไม่ได้หลับเท่าไร”
เหลียนเซวียนได้สติกลับมาก็สั่นศีรษะ วางฟืนในมือใส่เข้าไปในกองไฟต่อ
เซวียเสี่ยวหรั่นเห็นเช่นนั้นก็ทำตาปริบๆ เอ่ยทันควัน “งั้น ท่านมาปั้นหม้อกับข้าไหมล่ะ ง่ายมาก ไม่ต้องเปลืองแรงเยอะด้วย”
เหลียนเซวียนหันไปมองนาง สีหน้าลังเลอยู่บ้าง
เขาอยากช่วย แต่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้ กลัวว่าจะเป็นตัวถ่วงนางเสียมากกว่า
“มาสิๆ ลองดู ข้าเองก็คลำหินข้ามลำธาร ไม่เคยทำมาก่อนเหมือนกัน” เซวียเสี่ยวหรั่นย้ายก้อนหินแบนก่อนนั้นมาวางตรงหน้าเขา ก่อนที่จะสาดขี้เถ้าลงไป
จากนั้นก็เข้ามาม้วนแขนเสื้อหลวมกว้างให้เขา มือที่ปรากฏคู่นั้นผอมแห้งจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน เซวียเสี่ยวหรั่นเหลือบมองปราดหนึ่ง เลือกที่จะเพิกเฉยอย่างชาญฉลาด
“นี่คือแผ่นหิน เอามันกดลงไปก่อนให้เป็นก้นหม้อไม่บางไม่หนาเกินไป”
“แล้วปั้นดินเหนียวให้เป็นเส้นหนาหน่อย แล้วเอามาขดรอบก้นหม้อ”
“เอ้อ จะทำหม้อก้นแบนใบใหญ่ ตรงกลางจะกว้างกว่าส่วนล่าง เมื่อทำมาได้เกินครึ่งทางก็ค่อยๆ แคบลง”
“หลังจากขดเส้นดินเหนียวจนได้ความสูงเพียงพอแล้ว ค่อยปาดให้เรียบ”
“งานนี้ทดสอบความอดทนได้ดีนัก บางส่วนต้องบาง บางส่วนต้องหนา ทั้งยังต้องเรียบสมดุลกั