สายตาที่จ้องมองมาทำให้รู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด
ข้าไม่รู้ว่าทำไม แต่จู่ ๆ เหล่าศิษย์สำนักฮวาซานก็จ้องมองข้าด้วยแววตาคมกริบ ราวกับกำลังประเมินบางสิ่ง
‘เกิดอะไรขึ้นกันแน่?’
ข้ายกมือขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว แต่ท่าทางนั้นกลับทำให้ทั้ง ชินฮยอน และยองพุงสะดุ้งพร้อมกัน
‘อะไรของพวกเขา? ทำไมถึงดูตกใจขนาดนั้น?’
นี่มันอะไรกัน?
“…อะแฮ่ม”
เมื่อข้ามองพวกเขาด้วยสายตาฉงน ชินฮยอนก็แสร้งกระแอมไอเบา ๆ
“…พวกท่านเป็นอะไรกัน?”
“อ่า… คือ…”
“…พูดยังไงดีนะ”
ปฏิกิริยาของพวกเขาดูแปลกประหลาดยิ่งขึ้น
เดิมทีเหล่าจอมยุทธ์ฮวาซานที่จ้องข้าเขม็งอยู่เมื่อครู่ ตอนนี้กลับไม่กล้าสบตาและเริ่มหลบสายตากันเป็นแถว
พวกเขาหันไปกระซิบกระซาบกันเอง แต่เสียงก็ยังแว่วเข้าหูข้าได้อย่างชัดเจน
“ว่าแล้วเชียว เหมือนจริงๆด้วย”
“โดยเฉพาะดวงตา เหมือนมากเลยใช่ไหม?”
“พอมองแบบนี้แล้ว คล้ายกับอาจารย์อาหญิงมากเลย”
“เพราะแบบนี้ไงถึงยิ่งมองตรงๆ ไม่ได้…”
เสียงกระซิบเหล่านั้นเริ่มทำให้ข้าไม่พอใจ
“พวกท่านกำลังพูดถึงอะไรกันแน่?”
ข้าอดรนทนไม่ไหวจึงถามขึ้น
การพูดคุยลับหลังทั้งที่ข้ายืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องที่น่าฟังนัก
เมื่อข้าพูดออกไปด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ ในที่สุดชินฮยอนก็พยายามจะอธิบาย
“…เอ่อ ท่านคุณชาย ข้าต้องขออภัย ทุกคนเพียงแต่ตกใจที่ได้ยินว่าท่านเป็นคนของตระกูลกู่”