“สหายน้อย?”
ยองพุงเรียกข้าอีกครั้ง
แต่ข้ากลับไม่สามารถตอบคำถามของเขาได้ในตอนนี้
‘เมื่อครู่… มันคืออะไรกัน?’
ข้าคงได้ยินผิดไปเองแน่
เป็นแค่เสียงหลอน—ต้องเป็นเช่นนั้น
ถ้าไม่อย่างนั้น ข้าคงอยากกัดลิ้นตายไปเสียตรงนี้
‘ข้าคงฟังผิดไป ก็เพิ่งตื่นจากการนอนนี่นา’
ใช่แล้ว… ข้ายังไม่ได้ตื่นเต็มที่ คงเป็นแค่ผลจากการลืมตาขึ้นอย่างกะทันหันหลังจากพักผ่อน
ข้าพยายามรวบรวมสติ ก่อนจะรีบตอบกลับยองพุงให้เร็วที่สุด
“…ไม่มีอะไร…”
[โอ้! อะไรกัน! เจ้าหนู เจ้าด้ยินข้าพูดด้วยหรือ!?]
“เหวอ! บัดซบ!”
ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ข้าก็สะดุ้งเฮือกพร้อมกับร้องออกมาอย่างลืมตัว
ผลที่ตามมาคือยองพุงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
แต่ข้าไม่มีเวลามาสนใจสีหน้าของเขา เพราะข้าพุ่งไปหลบอยู่ด้านหลังเขาทันที!
ยองพุงดูสับสนและร้องออกมาอย่างตกใจ
“สะ-สหายน้อย! ท่านเป็นอะไรไป!?”
“มะ-มะ-เมื่อกี้ ท่านไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยเหรอ!?”
“เสียงอะไร? ท่านหมายถึงเสียงสบถเมื่อครู่ของตัวเองหรือ?”
“ไม่ใช่! ไม่ใช่อันนั้น! ข้าหมายถึงเสียงของชายแก่ที่ดูดื้อรั้น เอาแต่ใจ และน่ารำคาญมาก!”
“ท่านพูดถึงเรื่องอะไรกัน…?”
[เจ้าหนู! เจ้ากล้าพูดว่าข้าดื้อรั้นอย่างนั้นรึ!]
“นี่ไงล่ะ!! ท่านไม่ได้ยินอะไรเลยจริง ๆ รึ!?”
ข้าแทบจะคว้าไหล่ยองพุงมาเขย่า แต่เขากลับมองข้าเหมือนกับว่าข้าเป็นตัวประหลาด
…ก็สมควรอยู่หรอก