“พักบ้างเถอะ ถ้าเป็นแบบนี้เจ้าจะตายเอานะ”
คำพูดนี้ มูยอนเคยได้ยินจากผู้อาวุโสหนึ่งก่อนที่เขาจะเข้าร่วมหน่วยองครักษ์ครั้งแรก
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงจับกระบี่ฟาดฟันกลางอากาศทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อลบเลือนความทรงจำที่กัดกินหัวใจ ทว่ายิ่งพยายามลืมเท่าไร ภาพเหล่านั้นกลับยังแจ่มชัดอยู่ที่เดิม
สำหรับจอมยุทธ์แล้ว วิชาที่ปราศจากจิตวิญญาณย่อมเป็นเพียงแค่การขยับร่างกายไปมา กระบี่ของมูยอนก็ไม่ต่างกัน
ภายในกระบี่ของเขา ไม่มีสิ่งใดอยู่ในนั้น
เขาเพียงแค่เหวี่ยงมันออกไปเท่านั้น ไม่ว่าจะแกว่งกระบี่กี่ร้อยหรือกี่พันครั้ง ผลลัพธ์ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม เช่นเดียวกับความทรงจำที่ยังฝังแน่นไม่เสื่อมคลาย
หากไม่นับกู่จอลยอบ หลานชายของเจ้าสำนักผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะแห่งสำนักกู่ซอนแล้ว มูยอนก็คงเป็นหนึ่งในผู้ที่มีพรสวรรค์โดดเด่นที่สุดของสำนัก
หลายคนเคยกล่าวว่า หากพรสวรรค์ของเขาเติบโตขึ้น สำนักกู่ซอนอาจได้เห็นจอมยุทธ์ระดับจุดสูงสุดที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์
แต่มองย้อนกลับไป ทุกคำกล่าวล้วนไร้ความหมาย
เขาเคยปลาบปลื้มกับการได้รับขนานนามว่าเป็นจอมยุทธ์ระดับหนึ่งหรือไม่กัน?
แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจ
เขาเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?
แล้วสิ่งใดกันที่ยังหลงเหลืออยู่กับเขา?
เสียงร้องขอชีวิตของเหล่าหน่วยกระบี่ ยังคงดังก้องอยู่ในห้วงความทรงจำ
ข้า…ถือกระบี่นี้เพื่อสิ่งใดกันแน่?