หลังจากที่ข้าหยุดมูยอนไว้ ซึ่งดูพร้อมจะใช้กระบี่เต็มที่ ข้าจึงพูดกับชายที่มีรอยยิ้มอันน่าขนลุกบนใบหน้า
“เจ้าคงรู้ตั้งแต่ข้าเหยียบย่างมาถึงที่นี่แล้วว่า ข้าเป็นใคร เอาเถอะ เรามาคุยกันดีๆ ดีกว่า”
ข้าอยากจะประนีประนอมกับเขา แต่ข้าก็ไม่มีเวลามากนัก
รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาหายไปหลังจากข้าพูดจบ
“ฟังนะ ข้าไม่มีเวลามาก และข้ามาที่นี่โดยรู้อยู่แล้วทุกอย่าง ดังนั้นเรามาตรงประเด็นกันเถอะ”
“เจ้ากำลังพูดเรื่องบ้าอะไรกัน?”
เขาพยายามจะแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอีกครั้ง แต่ก็สายเกินไปแล้ว
“เจ้าอาจกังวลว่าตระกูลกู่รู้เรื่องของที่นี่ และกำลังพยายามจะทำลายมัน แต่เราก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำแบบนั้น และเราก็ไม่ได้อะไรจากการทำเช่นนั้นเลย”
ข้าสังเกตเห็นเหงื่อเย็นไหลลงมาบนแก้มของเขา
“อย่างที่ข้าบอกไป ข้าไม่มีเวลามาก ข้ามาที่นี่ในฐานะลูกค้า ดังนั้นรีบไปเรียกผู้จัดการสาขามาพบข้า เว้นแต่เจ้าจะอยากให้ข้าทำลายที่นี่จริงๆ ”
ดวงตาของเขาสั่นไหวทันทีเมื่อได้ยินคำขู่ของข้า
ข้าต้องใช้คำขู่ทั้งที่ข้าไม่มีความสามารถจะทำลายที่นี่เลยด้วยซ้ำ แต่มันเป็นวิธีเดียวที่จะจัดการกับคนพวกนี้ได้
มูยอน ถามด้วยน้ำเสียงสับสน
“คุณชาย นี่มันเรื่องอะไรกัน…?”
“ไม่มีอะไรหรอก เดิมทีข้าตั้งใจจะไปอีกที่หนึ่ง แต่มีปัญหาบางอย่างที่ทำให้ไปไม่ได้”
ดูเหมือนมูยอนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เขาอาจรู้จักสถานที่ที่ข้าพูดถึง?