ก็แหม นักพรตผู้นี้น้ำเสียงโอหังไม่เบาเลยทีเดียว เอะอะก็กายาวิญญาณ เอะอะก็กายาเต๋า ซ้ำยังแอบแสดงทีท่าว่าไม่ค่อยจะเห็นกายาของเขาในตอนนี้อยู่ในสายตาเสียด้วยซ้ำ
กลิ่นอายความสูงส่งเหนือโลกียะเช่นนี้ กู้หย่วนเคยสัมผัสได้จากฉินหงซิ่วเพียงคนเดียวเท่านั้น
“นักพรตผู้ยากไร้มีนามว่า เสวียนหยวน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น นักพรตลึกลับถึงได้ละสายตาที่สำรวจตรวจตรากลับไป คล้ายจะมองออกถึงความสงสัยและระแวดระวังของกู้หย่วนในยามนี้ จึงเอ่ยเข้าประเด็นโดยไม่อ้อมค้อม
“ไอ้หนู วางใจเถอะ ข้าไม่มีเจตนาร้ายต่อเจ้า ซ้ำยังมีวาสนาอันยิ่งใหญ่จะมอบให้เจ้าด้วย”
“ไม่ทราบว่าวาสนาที่ผู้อาวุโสเสวียนหยวนกล่าวถึง คือสิ่งใดหรือขอรับ?”
กู้หย่วนประสานมือคารวะ เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
“คัมภีร์เต๋าที่เหมาะสำหรับการฝึกฝนของเจ้าสักเล่ม”
นักพรตเสวียนหยวนไม่ได้คิดจะเล่นแง่ อธิบายอย่างเรียบง่าย
“ข้าไม่ปิดบังเจ้าหรอก ข้าสิ้นอายุขัยไปนานหลายปีแล้ว สิ่งที่เจ้าเห็น เป็นเพียงเศษเสี้ยววิญญาณของข้าเท่านั้น ส่วนน้ำเต้าหยกม่วงเขียวทั้งสองใบที่เจ้าได้มาในวันนี้ คือสถานที่สถิตวิญญาณของข้า ต้องนำทั้งสองใบมารวมกัน จึงจะสามารถปลุกข้าให้ตื่นขึ้นมาได้”