นเมิ่งใช่หรือไม่?”
แต่ประโยคต่อมาของกู้หย่วน กลับทำเอาสีหน้าของตาเฒ่าเฉินเปลี่ยนไปทันที ถึงขั้นเกือบจะกระโดดโหยงขึ้นมา
ยิ่งไปกว่านั้น กู้หย่วนยังมีความรอบคอบ เขาไม่ได้เอ่ยคำว่าตำหนักเซียนออกมาตรงๆ เพียงแต่ใช้คำว่าปรากฏการณ์ประหลาดแทน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดในกรณีที่ตัวเองเดาผิด และเผลอเปิดเผยสิ่งที่ตนเองค้นพบไปแบบฟรีๆ
ตาเฒ่าเฉินยืนอึ้งอยู่กับที่ คล้ายกับประหลาดใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะร้องถามขึ้นว่า
“ไอ้หนุ่ม เจ้าไปรู้เรื่องพวกนี้มาได้ยังไง?!”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของตาเฒ่าเฉิน กู้หย่วนก็รู้ทันทีว่าตัวเองเดาถูกแล้ว
ความวุ่นวายและเรื่องประหลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแคว้นฉินช่วงนี้ เป็นฝีมือของตำหนักเซียนแห่งนั้นจริงๆ
“ท่านผู้เฒ่าอย่าถามให้มากความเลย ข้าย่อมมีแหล่งข่าวของข้าก็แล้วกัน”
กู้หย่วนแสร้งทำตัวลึกลับ
ทว่าตาเฒ่าเฉินกลับไม่ได้สงสัย เขาจ้องมองกู้หย่วนด้วยสายตาลึกล้ำ ราวกับเพิ่งเคยรู้จักกู้หย่วนเป็นครั้งแรก
จากนั้น เขาก็กลับมาทำหน้าเรียบเฉยตามเดิม แล้วเอ่ยถาม
“ในเมื่อเจ้ารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว ทำไมยังต้องมาถามข้าอีก?”
“ก็แหม ข้าเพิ่งเคยได้ยินเรื่องพรรค์นี้เป็นครั้งแรกนี่นา จะไม่ให้กลัวได้ยังไง? ข้าถึงได้มาขอคำชี้แนะจากท่านผู้เฒ่าไงล่ะ ในเมื่อท่านอาบน้ำร้อนมาก่อน ผ่านโลกมามาก กินเกลือมากกว่าข้ากินข้าว เดินข้ามสะพานมากกว่าข้าเดินบนถนนเสียอีก”
กู้หย่วนกล่าวยกยอด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะถามต่อ