่คลายความระแวดระวัง
เพราะลึกๆ ในใจ เขายังคงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความอันตรายที่ลอยวนเวียนอยู่อย่างจางๆ
ทันใดนั้น กลุ่มหมอกสีเทาขาวก็พวยพุ่งออกมาจากซากศพ พร้อมกับเสียงหวีดร้องโหยหวนราวกับภูตผีปีศาจร่ำไห้ดังแว่วมา
หลังจากที่กลุ่มหมอกสีเทาขาวลอยหลุดออกมา ซากศพบนพื้นก็แห้งเหี่ยวและผุพังลงอย่างรวดเร็ว ราวกับถูกปล่อยทิ้งให้ตากแดดตากลมมานานนับปี
กู้หย่วนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความตายอันเย็นยะเยือกที่พุ่งเข้าปะทะหน้า ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเห็นใบหน้าแปลกหน้าที่บิดเบี้ยวและน่าเกลียดน่ากลัวซ่อนอยู่ลางๆ ภายในกลุ่มหมอกสีเทาขาวนั้นด้วย
“ผีร้ายงั้นรึ?!”
เส้นเอ็นและกระดูกทั่วร่างของกู้หย่วนส่งเสียงลั่นเกรียวกราว พลังปราณเลือดหมุนเวียนอย่างบ้าคลั่ง ทั่วทั้งร่างราวกับกลายเป็นเตาหลอมที่กำลังลุกไหม้
ความร้อนระอุแผ่ซ่านออกมาจากภายใน ขับไล่กลิ่นอายความตายอันหนาวเหน็บที่พุ่งเข้ามาให้สลายไป
ท่ามกลางกระแสลมปราณที่ปั่นป่วน เขาก็ตวัดกระบี่ฟันฉับ ผ่ากลุ่มหมอกสีเทาขาวออกเป็นสองซีก ก่อนจะวาดกระบี่ซ้ำอีกครั้ง บดขยี้มันจนแตกกระจาย
“โฮก…”
แต่ในวินาทีต่อมา กลุ่มหมอกสีเทาขาวนั้นกลับมีชีวิตจิตใจ มันรีบรวมตัวกันใหม่อย่างรวดเร็ว ทว่าขนาดของมันเล็กลงไปอย่างเห็นได้ชัด มันส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะพุ่งทะยานหนีไปอีกทาง
กู้หย่วนไม่ได้ขัดขวาง เพราะในจังหวะนั้นเอง ลูกศรสีเทาก็พุ่งทะยานเข้าเสียบทะลุกลุ่มหมอกสีเทาขาวนั้นพอ