“คุณหนูสาม ตอนนี้พวกเราจะไปไหนกันหรือขอรับ?”
หลังจากออกจากห้องและเดินมาตามโถงทางเดิน กู้หย่วนก็หันไปถามเซี่ยซิ่วเสวี่ยที่เดินอยู่ข้างๆ
เซี่ยซิ่วเสวี่ยปรายตามองเขาด้วยสายตาที่ซับซ้อน
“ตามข้ามาก็แล้วกัน”
แม่นางน้อยนี่อารมณ์บูดมาจากไหนเนี่ย หรือว่าเมื่อกี้โดนข้าทำลายความมั่นใจเข้าให้แล้ว?
กู้หย่วนลอบบ่นในใจ แต่เขาก็ไม่ใช่พวกชอบเอาหน้าร้อนๆ ไปแนบก้นเย็นๆ ของใคร (สำนวนจีนหมายถึง ทำดีด้วยแต่ถูกเมินเฉย/ไม่เห็นค่า) จึงตัดสินใจเดินตามไปเงียบๆ พลางทบทวนเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ไปพลางๆ
นับตั้งแต่พบเซี่ยมิ่งหยาง จนกระทั่งตรวจสอบรากกระดูกเสร็จสิ้น กินเวลาไปแค่หนึ่งก้านธูปเท่านั้น
และตั้งแต่ต้นจนจบ เซี่ยมิ่งหยางก็ไม่ได้เอ่ยปากอธิบายถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของภารกิจในครั้งนี้เลยแม้แต่คำเดียว
ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดามาก ในเมื่อเขาก็เป็นแค่คนตัวเล็กๆ เป็นแค่คนเก็บสมุนไพรของหออวี้ติ่ง ต่อให้มีศักยภาพซ่อนอยู่บ้าง แต่มันก็เป็นแค่ศักยภาพ เขายังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะสนทนาอย่างเท่าเทียมกับคนระดับเจ้าหออย่างเซี่ยมิ่งหยางได้ และยิ่งไม่มีสิทธิ์ที่จะให้เซี่ยมิ่งหยางมานั่งอธิบายอะไรให้ฟังด้วยซ้ำ