หมือนจะกระวนกระวาย
เมื่อคนนั้นเข้าไปในป่า ก็มีเสียงน้ำหยดลงพื้นจ้าวหม่านถิงซึ่งกำลังลาดตระเวนอยู่ก็เดินเข้าไปถามปรากฏว่าเป็นคนลุกขึ้นจากที่นอนมาเข้าห้องน้ำ
คนนั้นไม่ได้กลับไปที่เต็นท์ทันทีหลังจากเสร็จธุระดวงตาที่ซ่อนอยู่ของเขาเหลือบมองไปทางจ้าวหม่านถิงอย่างระมัดระวังก่อนจะซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้
ร่างนั้นค่อยๆ หยิบวัตถุรูปทรงปากกาเรืองแสงออกมาแล้วฝังมันลงไปในดิน
จากนั้นร่างนั้นก็แกล้งทำเป็นงัวเงียพร้อมกับหาวขณะเดินกลับไปที่เต็นท์
——
เมื่อค่ำคืนล่วงเลยไป กองไฟก็มอดไหม้แล้วเต็นท์หกหลัง แต่ละหลังจุคนได้สามคน ตั้งนิ่งอยู่บนพื้นหญ้าสถานที่แห่งนี้ตกอยู่ในความเงียบสนิทเสียงจิ้งหรีดเรไรและนกเงียบหายไป
จ้าวหม่านถิงรับหน้าที่ลาดตระเวนส่วนโม่ฟ่านคอยเฝ้าระวังจากที่สูง
โม่ฟ่านนั่งห้อยตัวอยู่บนกิ่งไม้ในป่าเนื่องจากเขาสามารถจับความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติได้ด้วยธาตุมืดของเขาเขาจึงไม่จำเป็นต้องพึ่งสายตา
“สงสัยว่าฉันจะหลอมแก่นวิญญาณจากเศษวิญญาณที่เก็บมาได้ไหมนะ…”โม่ฟ่านพึมพำ
เขาออกมาจากอุโมงค์เป็นคนสุดท้ายเพราะเขากำลังเก็บกวาดเศษวิญญาณจากทาสถ้ำที่ตายแล้ว!
จุดเรืองแสงสีเขียวกว่าร้อยจุดลอยอยู่เหนือแม่น้ำวิญญาณภายในจี้ปลาไหลน้อยพวกมันยังคงลอยนิ่งอยู่กับที่โดยไม่ขยับจึงยากที่จะบอกได้ว่าพวกมันกำลังควบแน่นหรือไม่
“เป็นเพราะจำนวนไม่พอเหรอ? เศษวิญญาณกว่าร้อยจุดยังไม่พอที่จะหลอมแก่นวิญญาณเลยเหรอ?”
“โอ้? พวกมันกำลั