มตามพวกนั้นต่อไปอีก” จางลูลู่เล่า
“นักเรียนเหรอ?” โม่ฟ่านขมวดคิ้ว
เป็นไปได้ไหมว่าสาวกของวาติกันทมิฬแทรกซึมเข้ามาในสถาบันเพิร์ลแล้ว? หรือพวกเขามีหมากอยู่ในสถาบันเพิร์ลตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพื่อที่จะได้เคลื่อนไหวได้สะดวกเมื่อเริ่มภารกิจ?
โม่ฟ่านเชื่อว่าความเป็นไปได้หลังมีมากกว่า การบริหารของสถาบันเพิร์ลเข้มงวดมาก ไม่มีทางที่พวกเขาจะปล่อยให้คนจากวาติกันทมิฬแทรกซึมเข้ามาได้ง่ายๆ
“อ้อ พวกเขาบอกว่าจะจัดการคุณค่ะ แต่พวกเขาก็กลัวโรงเรียนกับศาลเวทมนตร์ด้วย ดังนั้นพวกเขาเลยต้องใช้วิธีที่ไม่เปิดเผยตัวตนได้ง่ายๆ” จางลูลู่กล่าว
“วิธีที่ไม่เปิดเผยตัวตนได้ง่ายๆ…” โม่ฟ่านเริ่มคิดพลางก้มหน้าลง
“ฉันไม่รู้รายละเอียดที่ชัดเจนค่ะ” จางลูลู่กล่าว
“ไปพักผ่อนเถอะ ฉันจะคิดหาวิธีตามหาที่ที่พวกเขาพาตัวสวีจ้าวถิงไปเอง” โม่ฟ่านกล่าว
“เราแจ้งศาลเวทมนตร์ก็ได้นะคะ…” จางลูลู่กล่าว
มีเพียงศาลเวทมนตร์เท่านั้นที่สามารถทำร้ายวาติกันทมิฬในฐานะองค์กรได้อย่างแท้จริง ความแข็งแกร่งของคนธรรมดาไม่สามารถต่อสู้กับวาติกันทมิฬซึ่งควบคุมอสูรทมิฬได้
“ตอนนี้ยังไม่ได้ ถ้าศาลเวทมนตร์เคลื่อนไหว แล้วพวกวาติกันทมิฬรู้ตัว พวกเขาอาจจะล้มเลิกแผน… พอพวกเขาเลือกที่จะถอย เราก็หมดหวังที่จะหาสวีจ้าวถิงเจออีกเลย” โม่ฟ่านกล่าว
จางลูลู่ไม่พูดอะไรอีก ตอนนี้เธอไม่รู้จริงๆ ว่าควรทำอย่างไร
——
เมื่อโม่ฟ่านจากไป จางลูลู่ก็หลับไป
เธอหลับๆ ตื่นๆ เมื่อเธอมีสต