“ก๊งเหล้าเรอะ? เอาสิๆ! พี่กุ้ยนี่ใจป้ำจริงๆ!”
ทว่าทั้งสองคนกลับไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่า กู้หย่วนได้หันขวับมาปรายตามองพวกมันแวบหนึ่ง พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ผุดขึ้นตรงมุมปาก
เมื่อกลับมาถึงบ้าน พ่อกับแม่ของกู้หย่วนก็กลับมาถึงก่อนแล้ว พอเห็นลูกชายแบกฟืนกลับมา สองสามีภรรยาชราก็ทั้งตกใจทั้งประหลาดใจ
“ลูกคนนี้นี่ แผลยังไม่ทันหายดี จะไปตัดฟืนทำไมกัน!”
ผู้เป็นแม่บ่นอุบอิบ
“ตาเฒ่า ยังไม่รีบไปช่วยลูกยกฟืนลงมาอีก”
“เดี๋ยวก่อนขอรับ!”
กู้ต้าซานทำท่าจะเข้าไปช่วยยกฟืนลง แต่กู้หย่วนกลับยกมือห้ามไว้
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านเอาเจ้านี่เข้าไปในบ้านก่อนเถอะ เบาๆ หน่อยนะขอรับ อย่าให้ใครรู้”
พูดจบ เขาก็ล้วงเอาถุงผ้าที่ตุงจนแน่นเอี๊ยดออกมาจากกองฟืน แล้วส่งให้ผู้เป็นพ่อ
ครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกพากันเดินเข้าไปในบ้าน
กู้ต้าซานเปิดปากถุงออกดู พอเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในก็ถึงกับสะดุ้งโหยง ตาเบิกโพลง รีบหันไปมองกู้หย่วนพร้อมกับลดเสียงลงโดยสัญชาตญาณ
“เสบียงเยอะขนาดนี้! ลูกเอ๊ย… เจ้าไปเอามาจากไหนเนี่ย?”
“ลูกแม่ เจ้าคงไม่ได้ไปทำเรื่องอันตรายอะไรมาใช่ไหม!”