งมันยังสูงกว่าสัตว์อสูรระดับลูกสมุนเล็กน้อยด้วยซ้ำ!”
“งั้นก็เป็นหมาป่าวิญญาณสินะ… ฉันว่าพวกเราทั้งหอรวมกันก็คงสู้พี่ไม่ได้หรอก” จางผิงกู่พูดพร้อมรอยยิ้มขมขื่น
“ฮ่าๆๆ อย่าเอามาตรฐานของนายมาตัดสินความสามารถของคนอื่นสิ!” ซูล่ง คนสุดท้ายที่มาถึงหอพักพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยเล็กน้อย
มีคนทั้งหมดห้าคนในห้องพักของโม่ฟ่าน และคนที่เขาเข้ากันได้ดีที่สุดคือจ้าวหมันเหยียน ซึ่งอยู่เตียงตรงข้ามกับเขา
จางผิงกู่เป็นคนค่อนข้างหน้าด้านเขาไม่เคยทะเลาะกับใคร และสามารถพูดคุยหยอกล้อกับใครก็ได้
ซูล่งเป็นคนสุดท้ายที่มาถึงหมอนี่ดูจะหยิ่งผยองไปหน่อยตอนแรกที่จางผิงกู่พยายามทักทายต้อนรับ เขากลับถูกมองด้วยสายตาเย็นชา ทำให้ตกใจจนต้องถอยห่าง
อีกสองคน… โม่ฟ่านยังจำชื่อพวกเขาไม่ได้อย่างไรก็ตาม พวกเขาต่างคนต่างอยู่ตั้งแต่เปิดเรียนวันแรกพวกเขาค่อนข้างเงียบ และไม่พยายามพูดคุยกับคนอื่นมีเพียงจางผิงกู่เท่านั้นที่ค่อนข้างคุ้นเคยกับสองคนนั้น ส่วนโม่ฟ่านกับจ้าวหมันเหยียนก็ทำเหมือนพวกเขาไม่มีตัวตน
“โชคดีนะ” หลังจากจ้าวหมันเหยียนจัดแต่งตัวเองเสร็จ เขาก็ตบไหล่โม่ฟ่านก่อนจะเดินออกไป
โม่ฟ่านทำอะไรไม่ได้นอกจากรอคอยการแข่งขันต้อนรับอันน่าเศร้าอย่างเงียบๆ
——
หลังจากมาถึงสนามประลองสีคราม โม่ฟ่านและเพื่อนร่วมห้องก็แยกย้ายกันไป
นักเรียนสายอัญเชิญเป็นตัวละครหลักของการแข่งขันในครั้งนี้ เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะต้องไปหลังเวทีเพื่อเตรียมต