ามโล่งอก
ได้หยาดทองคำแห่งวิถีมาอยู่ในมือแล้ว
หลังจากนี้เขาก็จะก้าวเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิเทวะยุทธ์โดยไม่มีอุปสรรคอีกต่อไป!
ตามหลักเหตุผลแล้ว ฉู่โม่วควรถอนตัวเดี๋ยวนี้
ทว่า…
ก่อนที่เขาจะจากไป พลันเหลือบมองไปยังหยาดทองคำแห่งวิถีที่เหลืออีกสามก้อน
เมื่อพบว่าอัจฉริยะหลายคนกำลังต่อสู้รอบ ๆ สมบัตินั้นเช่นกัน และการต่อสู้นั้นก็เดือดพล่านอย่างยิ่ง
แต่ยังไม่มีใครเข้าใกล้หยาดทองคำแห่งวิถีทั้งสามก้อนได้
“ตอนนี้สถานการณ์ในสนามรบวุ่นวายมาก ฉันน่าจะมีโอกาสคว้าหยาดทองคำแห่งวิถีมาได้อีกสองหรือสามก้อน!”
ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัว
ฉู่โม่วตัดสินใจอย่างเด็ดขาดและรีบตรงไปยังหยาดทองคำแห่งวิถีที่อยู่ใกล้ที่สุด
ไม่ไกลออกไป
อัจฉริยะหลายคนกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด หนึ่งในนั้นสวมชุดเกราะสีทองและถือหอกคู่กายต่อสู้เพียงลำพังกับอัจฉริยะมากกว่าสิบคน มันเปล่งรัศมีที่น่าสะพรึงกลัวและแข็งกร้าวราวกับเป็นเทพสงคราม
ขณะนี้มีอัจฉริยะหลายคนที่เสียชีวิตด้วยน้ำมือของเขา
อัจฉริยะที่เหลือเริ่มคิดที่จะถอดใจ ในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจถอนตัวทันที
เมื่ออัจฉริยะในชุดเกราะสีทองเห็นแบบนั้น เขาจึงหัวเราะด้วยความพึงพอใจ และเตรียมหันไปหยิบหยาดทองคำแห่งวิถีทันที
แต่ทันใดนั้นเอง
“ไม่ดีแล้ว!”
“หยาดทองคำแห่งวิถีหายไปไหน!”
“คะ…ใครกันที่กล้าแอบขโมยมันไป!”
มีหลายคนอุทานออกมา
ทันใดนั้น อัจฉริยะชุดเกราะสีทองก็ตื่นตะลึง เขามองไปที่หยาดทองคำแห่งวิถีทันที