ฟางซือหยูก็อับจนคำพูดเช่นกัน
พรสวรรค์อันน่าเหลือเชื่อของเด็กคนนั้น ได้ทุบทำลายทุกคำพูดของนาง นางรู้ดี ไม่ว่าตนเองจะพูดอย่างไรอีกก็ไร้ประโยชน์ ในใจก็เคียดแค้น
“เหยียนเอ๋อร์มีระดับบำเพ็ญเช่นนี้ หรือว่าจะไม่ใช่ท่านอาสองกับท่านอาห้า พวกท่านเป็นผู้ฝืนชะตาฟ้าเปลี่ยนลิขิตให้เขารึ?” ฟางซือหยูกัดฟันกล่าว
เซียวหย่วนซานถูกทำให้โกรธจนหัวเราะออกมา กล่าว “โอกาสในการฝืนชะตาฟ้าเปลี่ยนลิขิตของข้า ใช้ไปนานแล้ว เรื่องนี้ไป๋เฟิงอู่ก็รู้ ถังซู่อิงก็รู้ ส่วนโอกาสของเจ้าห้า เขายังคงเก็บไว้ไม่ได้ใช้ นั่นคือใช้ไว้เป็นหลักประกัน รอจนทายาทตระกูลเซียวไม่มีใครสามารถแบกรับภาระใหญ่ได้อีกแล้ว ค่อยมาปั้นชะตาให้!”
“ให้เหยียนเอ๋อร์ใช้รึ? เหยียนเอ๋อร์จะต้องการโอกาสนี้ไปทำไม!”
ทุกคนต่างก็จ้องมองไปยังฟางซือหยู พวกเขารู้ดีว่า ท่านอาสองเซียวหย่วนซานผู้นี้ ถึงแม้นิสัยจะค่อนข้างแปลก แต่จะไม่โกหก
ฟางซือหยูสัมผัสได้ถึงสายตาของคนทั้งห้องโถง ณ เวลานี้ นางก็พลันมีความรู้สึกที่ได้สัมผัสถึงความรู้สึกของเซียวเหยียนเมื่อครู่ที่เผชิญหน้ากับการจ้องมองของทุกคน ในใจอดไม่ได้ที่จะมีความรู้สึกหัวเราะอย่างขมขื่นและเย้ยหยัน
ณ เวลานี้คงจะมีเพียงนาง ที่