เพราะงั้นแล้ว เขาจึงทำเมินไม่สนใจเธอแล้วหันหน้าเตรียมจะเดินจากไป
“เฮ้ หยุดนะ!”
“ฉันพูดกับนายอยู่นะ สนใจกันหน่อยสิ!”
เมื่อเห็นฉู่โม่วเมินเฉย หญิงสาวก็รู้สึกหงุดหงิดมาก ๆ และเริ่มตะโกนโหวกเหวกเสียงดัง
“ฉันไม่รู้จักเธอ แล้วทำไมฉันต้องฟังคำสั่งเธอด้วย?” ฉู่โม่วขมวดคิ้ว
“เพียงแค่ฉันเป็นเผ่าพันธุ์เมดูซ่า นายก็ควรจะเชื่อฟังแล้ว!”
พูดแบบนั้นแล้วมนุษย์ครึ่งงูก็ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ
แววตาที่เธอมองมายังฉู่โม่วนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและถ้อยคำที่เปล่งออกมาก็เต็มไปด้วยความด้อยค่าไม่หยุด “หากไม่ใช่เพราะฉันไม่สามารถกลับไปยังเผ่าของฉันได้ด้วยเหตุผลบางอย่าง เผ่าพันธุ์ต้อยต่ำเช่นนายคงไม่มีทางได้เข้าใกล้ฉันแน่ ๆ ดังนั้นแล้ว นี่ถือเป็นโชคของนายแล้วที่ได้ฟังคำสั่งของฉัน จงสรรเสริญและยินดีซะ”
“เช่นนั้น เลิกพูดไร้สาระแล้วฟังคำสั่งฉันเดี๋ยวนี้”
หญิงสาวแสดงความใจร้อน
“ขอปฏิเสธ”
ยังคงยืนยันคำเดิมว่าฉู่โม่วไม่อยากจะข้องเกี่ยวกับสตรีผู้นี้
ต่อให้ไม่ได้เห็นท่าทีของอีกฝ่ายก่อนหน้า เขาก็พอจะรู้ได้แล้วว่านี่แหละตัวปัญหา ชายหนุ่มมาที่นี่เพื่อฝึก ดังนั้นเขาจะไม่เอาตัวเองไปพันเกี่ยวกับปัญหาใด ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น เพราะท่าทีเมื่อครู่นี้ ท่าทีที่หยิ่งผยองของเธอทำให้เขารู้สึกรำคาญ
เช่นนั้น ท่าทีของชายหนุ่มจึงค่อนข้างเย็นชากับเธอไม่น้อยเลย
“ปฏิเสธเหรอ…”
“นายกล้าดียังไงมาปฏิเสธฉันน่ะ รู้หรือเปล่าว่าฉันเป็นใคร!?”
ฟังถ้อยวาจา