ลาดไปซะแล้วสิ!”
ชายชรากล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ท่านก็พูดเกินไปครับ ความสัมพันธ์ระหว่างปู่กับหลานไม่มีคนนอกแทรกได้หรอกครับ ผมจะเทียบได้ยังไงกัน?”
ฉู่โม่วเผยยิ้มบางและกล่าวตอบ
“ไม่ว่ายังไง ฉันก็อยากจะขอบคุณคุณคราวนี้ ไม่งั้นฉันคงทำใจไม่ได้หรอก!”
เขากล่าวขอบคุณครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วจึงโค้งคำนับฉู่โม่วอย่างขึงขัง
เมื่อเห็นดังนั้น ฉู่โม่วก็โบกมือปัดไปมา “ผมเข้าใจว่าท่านพูดจริงจังครับ แต่ผมแค่เดินทางผ่านมาและทำไปเพื่อความยุติธรรม ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกครับ”
“คุณปู่ ฉู่โม่ว หยุดขอบคุณและปฏิเสธกันไปมาได้แล้ว งั้นให้ฉู่โม่วอยู่ที่นี่สักพักเป็นการขอบคุณจากตระกูลของพวกเราดีไหม?”
ในตอนนั้นเอง เมื่อเห็นว่าทั้งสองเอาแต่ขอบคุณและโค้งคำนับสลับกันไปมา อวิ๋นหลิงก็ต้องพูดแทรกขึ้น
“นั่นสินะ”
“คุณฉู่ ทำไมไม่พักอยู่ที่เผ่าของเราสักหน่อยล่ะ ฉันจะได้ขอบคุณคุณและแสดงความเป็นเจ้าบ้านบ้าง!”
ชายชราหัวเราะร่วน
ฉู่โม่วมาที่นี่เพราะต้องการพูดคุยกับชายชราคนนี้ เขาจึงไม่ปฏิเสธข้อเสนอนี้ เขาแค่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพยักหน้าพร้อมกล่าวออกไป “ถ้าอย่างนั้น ผมก็ต้องขอรบกวนด้วยครับ!”
คืนนั้น เผ่ามนุษย์แพนด้าแดงจัดเตรียมมื้อเย็นอย่างยิ่งใหญ่ให้กับฉู่โม่ว โดยมีบรรพชนของเผ่าออกมาพบด้วยตัวเองและยังมีมหาเทวะยุทธ์อีกมากมาย ท่าทีและคำพูดของเขาเคารพฉู่โม่วเป็นอย่างมาก
เห็นได้อย่างชัดเจนว่า
ในเผ่าพันธุ์นี้ อวิ๋นหลิงเป็นที่ชื่น