กการปะทะกันนี้ยังคงอุดมไว้ด้วยความน่ากลัว
ทุกคนในที่นี้คิดไม่ออกเลยว่า ณ จุดกึ่งกลางของการปะทะจะเละเทะขนาดไหน
“ไอ้เจ้าผู้ปลุกพลังที่กล้าหันหน้าเข้าใส่ราชันย์เทวะยุทธ์นั่นคงจะตายแล้วแน่ ๆ!”
“คนคนนี้ ควรจะเรียกได้เลยว่าเป็นผู้ที่ท้าทายสวรรค์มาก ๆ เขามีกระบวนท่าที่แปลกประหลาดมาก ๆ ฉันเองก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อน แต่น่าจะเพราะไม่เคยมีใครเอาชนะกระบวนท่านั้นได้ เจ้าตัวก็เลยเหิมเกริมแยกเขี้ยวเข้าใส่ราชันย์เทวะยุทธ์ ถ้าเป็นแบบนั้นก็สมควรตายแล้ว!”
“เจ้านั่นไม่มีทางรอดแน่ ๆ!”
เหล่าผู้ปลุกพลังหลายคนจากหอการค้าจูหยวนคิดแบบเดียวกัน
แต่…
ความเป็นจริงกลับไม่เข้าข้างพวกเขา
เมื่อยามที่ฝุ่นควันจากการระเบิดของแสงศักดิ์สิทธิ์จางหายไป
ฉู่โม่วยังคงยืนไพล่หลังด้วยมือข้างหนึ่ง ท่าทีของเขาปราศจากความเครียดใด ๆ กลับกันมันเป็นฝ่ายราชันย์เทวะยุทธ์ที่กระเด็นลอยออกมา ร่างของเขาชุ่มไปด้วยเลือดทั้งร่าง เห็นได้ชัดว่ามีหลายแห่งที่บาดเจ็บหนัก
“หา!?”
“เป็นแบบนี้ได้ยังไง!”
“มหาเทวะยุทธ์คนนี้… สามารถรับมือกับราชันย์เทวะยุทธ์ได้อย่างงั้นเหรอ!?”
หลาย ๆ คนตาเบิกโพลง พวกเขาไม่อาจจะเชื่อในสายตาตนเองได้
โดยเฉพาะราชันย์เทวะยุทธ์อีกสามคนก็ยิ่งตกตะลึงมากกว่าใคร พวกเขาอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น “ซาร์ นี่ท่านกล้าประมาทไอ้เด็กนี่งั้นเหรอ!?”
พวกเขาคิดว่าราชันย์เทวะยุทธ์ผู้นี้ประมาทถึงได้บาดเจ็บหนักขนาดนี้
แต่ใครจะไปคาดคิด ภายหลังจากที่ราชันย