เก้าห้อมล้อมไว้ด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ส่งประกาย ควบคู่ไปด้วยความวุ่นวายที่อยู่ในรูปของกลิ่นอาย ในไม่ช้า บรรยากาศน่าพิศวงก็ปกคลุมไปทั่วทุกหนแห่ง ราวกับว่าสิ่งเหล่านี้หลั่งไหลมาจากโบราณกาล ข้ามยุคข้ามเวลาผ่านห้วงมิติ
เคร้ง!
เสียงระฆังดังขึ้นอีก และเสียงของมันก็ยังคงทรงพลัง
สายลมและเปลวเพลิงที่ไร้ซึ่งทิศทางก่อตัวขึ้น พลังแห่งกฎเกณฑ์อัดแน่นไปทั่ว และแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจจะประเมินได้ก็เปล่งส่องสว่างในบัดดล
ระฆังทองแดงปลดปล่อยพลังที่พร้อมจะทำลายทุกสิ่งอย่างออกมา มันปล่อยพลังอยู่เช่นนี้ เพื่อให้ทุกสรรพสิ่งตระหนักถึงความกลัวอย่างสุดขั้ว ไม่เว้นแม้แต่ผู้ปลุกพลังหนุ่มเองก็ยังต้องแบกรับแรงกดดันอันมหาศาลเอาไว้
แรงกดดันนี้ ราวกับเขากำลังแบกโลกทั้งใบเอาไว้เลย
“นั่นมันสมบัติอะไรกันแน่!”
ผู้ปลุกพลังหนุ่มเริ่มหวาดผวา
เขารีบกระตุ้นเลือดลมและพลังจิตขึ้นใหม่อีกครั้งเพื่อจะทำให้ตนหลุดจากแรงกดดันระดับนี้ได้ แต่เขาก็ต้องตกตะลึงอีกครั้งเมื่อพบว่ามันเป็นไปไม่ได้
กึก! กึก!
ตอนนั้น
ตัวระฆังทองแดงสั่นอย่างรุนแรงและขยายใหญ่ขึ้น ในชั่วพริบตา มันก็กลายเป็นระฆังยักษ์ขนาดเท่าดวงดาวเสียแล้ว
พลังที่แผ่นซ่านออกมานั้นทำให้เขาเห็นภูเขา แม่น้ำ ดวงตะวัน จันทรา ดารา และเอกภพ ควบคู่ไปกับดิน น้ำ ลมและไฟ มันเป็นความพิศวงที่พรั่นพรึง
สิ่งที่น่ากลัวกว่านี้มีอีกไหม?
ในขณะที่ระฆังทองแดงกำลังขยายใหญ่ขึ้น พลังที่ปลดปล่อยออกมาจาก