ศมีของชายหนุ่มและดาหน้าเข้ามาพร้อมเสียงคำราม
เมื่อเห็นดังนั้น
ฉู่โม่วก็พ่นลมหายใจอย่างเยือกเย็น เพลิงเทวะบรรพกาลแพร่กระจายออกมาทันที เปลวเพลิงอันทรงพลังเผาผลาญสิ่งมีชีวิตธาตุความมืดทั้งหลายที่มุ่งหน้าเข้ามาและทำให้พวกมันกรีดร้องด้วยความทรมาน
พวกมันดิ้นพล่านอย่างบ้าคลั่งเพื่อพยายามดับเปลวเพลิงบนร่างกาย
แต่เพลิงเทวะบรรพกาลก็เป็นถึงเปลวไฟอันดับหนึ่งในรายชื่อเพลิงเทวะ ไม่ว่าพวกมันจะดิ้นรนเท่าไร เพลิงเทวะบรรพกาลก็ไม่มีทีท่าว่าจะมอดลงแม้แต่น้อย มันมีแต่ลุกโชนมากขึ้นเท่านั้น
แค่เพียงไม่กี่อึดใจ
เสียงกรีดร้องของสิ่งมีชีวิตธาตุความมืดก็ค่อย ๆ แผ่วเบาลงจนเงียบงันไปในที่สุด พวกมันกลับกลายเป็นเถ้าถ่านและสิ้นลมหายใจจนหมดสิ้น
หลังจากที่จัดการปัญหาเรียบร้อย ฉู่โม่วก็ไปถึงวิหารได้อย่างราบรื่น
เมื่อมองดูให้ดีก็จะยิ่งเห็นได้ถึงความสง่างามของวิหารแห่งนี้ แสงสว่างเจิดจ้า พร้อมทั้งพลังแห่งกฎเกณฑ์ไร้ที่สิ้นสุดและรัศมีอมตะที่แพร่กระจายออกมา ห้วงมิติและกาลเวลาโดยรอบบิดเบี้ยวไป ทำให้มองเห็นภาพของสิ่งมีชีวิตมากมายที่มาสักการะวิหารแห่งนี้
วิหารหลังนี้ไม่มีแผ่นป้ายใด ๆ
แต่ฉู่โม่วก็สังเกตเห็นว่าวิหารแห่งนี้ควรจะมีป้าย แต่มันถูกนำออกไปและไม่อาจระบุข้อมูลอะไรได้ทั้งสิ้น
แค่เพียงบรรยากาศเหล่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ฉู่โม่วรู้สึกว่าวิหารแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ อย่างแน่นอน
“ฉันคิดไม่ออกเลย… ว่าจะมีตัวตนแบบไหนอยู่ข้