ที่เหลืออยู่เพียงแค่ครึ่งเดียว… เซียวฟันศัตรู…
แค่เพียงสี่คำนี้
อักษรตัวแรกก็แทบจะมองไม่เห็นอีกต่อไปแล้ว
“เซียว…”
“หรือว่าหนึ่งในนั้นจะมีชื่อว่าเซียว?”
ฉู่โม่วขมวดคิ้วและครุ่นคิดว่าจะมีบุคคลที่ชื่อว่า เซียว อยู่ในประวัติศาสตร์ของดาวเคราะห์สีน้ำเงินหรือไม่
แต่หลังจากที่คิดดูแล้ว เขาก็นึกอะไรไม่ออกทั้งสิ้น
หลังจากที่ส่ายหน้าไปมาและกำจัดความคิดยุ่งเหยิงออกไป ชายหนุ่มก็หันไปมองที่ตัวอักษรเหล่านั้นอีกครั้ง
ไม่มีใครรู้ว่าตัวอักษรสี่ตัวนี้ผ่านกาลเวลามาแล้วกี่ปี แต่พวกมันก็ยังคงรักษารัศมีอันแหลมคมเอาไว้ ผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นในยังสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณชั่วร้ายและรุนแรงเมื่อจ้องมองมัน เขาแทบจะมองเห็นภาพอันน่าสะพรึงกลัวของเทพเจ้าและปีศาจโบราณที่ต่อสู้กันเลยทีเดียว
ในขณะเดียวกัน
เจตจำนงกระบี่ที่ลึกซึ้งถึงขีดสุดก็ขจายออกมา
“ดูเหมือนว่าตัวอักษรพวกนี้จะเป็นความหมายที่แท้จริงของตัวตนนี้!”
ดวงตาของฉู่โม่วลุกเป็นประกาย
หลังจากนั้น
กายาทวิเนตรเริ่มทำงาน แสงโกลาหลส่องสว่างขึ้น และอักขระลึกลับนับไม่ถ้วนปรากฏตัวให้เห็น แล้วชายหนุ่มก็เริ่มวิเคราะห์พวกมัน
ด้วยกระบวนท่านี้ ทันใดนั้น
ฉู่โม่วก็รู้สึกราวกับว่าเขาได้เข้าไปยังโลกอันแปลกประหลาด
มีเจตจำนงกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวอยู่ทั่วทุกหนแห่งและบรรยากาศเต็มไปด้วยเจตสังหารราวกับทะเลกระบี่
และในทะเลเจตจำนงกระบี่นี้ ร่างหนึ่งก็ค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้น