็งแกร่งเช่นนี้ เขาควรจะเป็นถึงผู้สืบทอดของเผ่าพันธุ์ที่โหดเหี้ยมที่สุดในจักรวาลหรือเปล่านะ?’
คนผู้นี้ครุ่นคิด
เดิมทีเขาวางแผนพาฉู่โม่วไปยังดินแดนลับ โดยคิดว่าหากอีกฝ่ายร่วงหล่นลงไป เขาก็จะรอดชีวิต
แต่ตอนนี้เขาได้ล้มเลิกความคิดนี้ไปแล้ว
และหวังเพียงว่าหลังจากอีกฝ่ายไปถึงที่หมาย เขาก็จะถูกปล่อยให้มีชีวิตรอดต่อไป
แม้ทางรอดนี้อาจจะดูริบหรี่ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นความเพ้อเจ้อเลยก็ว่าได้ รวมถึงความจริงที่ว่า เขาได้ไปเห็นความลับของอีกฝ่ายมากมาย หากว่ากันตามเหตุผล เขาก็คงไม่มีโอกาสมีชีวิตอยู่แล้ว
แต่เขาไม่กล้าที่จะขัดขืนแม้แต่น้อย
ต้องเดิมพันเท่านั้น!
ที่เหลือก็ให้สวรรค์เป็นผู้กำหนด
…
เวลาไหลไปอย่างช้า ๆ ในพริบตา ก็ผ่านไปอีกเกือบสิบวัน
ปัจจุบัน
ยานอวกาศยังคงบินไปอย่างราบรื่น
ครืน!
มีการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากยานอวกาศกะทันหัน
ฉู่โม่วลืมตาขึ้น ทันใดนั้นก็มองเห็นกระแสพลังปั่นป่วนขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างหน้ายานอวกาศ มันเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งให้ความรู้สึกอันตรายอย่างยิ่ง
“นี่คือ… ที่นี่งั้นเหรอ?”
ชายหนุ่มยืนขึ้น ปรากฏประกายแสงวาบขึ้นในดวงตาทันที
“ที่นี่แหละ… เรามาถึงแล้ว!”
หัวหน้าโจรสลัดพูดอย่างรวดเร็ว “ผ่านม่านมิติโกลาหลแห่งความว่างเปล่านี้ไป นายก็จะสามารถเข้าไปถึงใจกลาง จากนั้นก็มองหาร่องรอยที่นำเข้าไปสู่ส่วนลึกของวังวน หลังจากนั้นนายก็จะไปถึงเขตแดนลับที่เป็นเป้