นั้นผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นในจึงไม่ใช่ข้อยกเว้นเช่นกัน
ในวันนี้ ยานอวกาศที่ถูกจัดเตรียมโดยบรรพชนหมัว ได้เข้าเทียบท่าดาวเคราะห์สีเงินเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหมายความว่าวันเวลาที่ชายหนุ่มจะต้องแยกจากเฉินซีเวยได้มาถึงแล้วเช่นกัน
ช่วงเวลาแห่งการพรากจากกัน ทำให้ทั้งคู่รู้สึกไม่เต็มใจอย่างมาก
แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีสีหน้าโศกเศร้าแต่อย่างใด เพียงจากกันชั่วคราวหาใช่ชั่วนิรันดร์ไม่ พวกเขาจะกลับมาพบกันอีกในสักวัน
“ดูแลตัวเองดี ๆ นะ!”
ฉู่โม่วโอบเฉินซีเวยไว้ในอ้อมแขนและกระซิบเบา ๆ
“นายก็เหมือนกัน!”
เฉินซีเวยตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ้อยอิ่ง
ทั้งสองร่ำลากันอยู่อีกพักหนึ่ง
ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันไปบอกลาลูกศิษย์ทั้งสามอีกครั้ง โดยชี้แนะแนวทางการฝึกฝน พร้อมกับทิ้งสมบัติบางอย่างให้พวกเขา ในที่สุดเขาก็โบกมือลาและขึ้นยานอวกาศไป
ครืน!
ท่ามกลางสายตาของคนคุ้นเคยหลายคน ยานอวกาศลำใหญ่ค่อย ๆ ลอยขึ้น ก่อนจะทะลุผ่านห้วงมิติจนเกิดเป็นลำแสงและหายลับสายตาไป
…
“เฮ้อ…”
เมื่อยานอวกาศบินออกมา ชายหนุ่มจึงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยอารมณ์อันซับซ้อน
นี่เป็นแค่การเดินทางหาประสบการณ์เท่านั้น แต่สักวันเขาจะกลับมาอีก
โดยไม่รู้ว่าเขาจะได้กลับมาอีกเมื่อไหร่
บางทีอาจเป็นหลังจากที่พบมรดกอีกครึ่งของตำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับก็เป็นได้ แต่ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน
ใช่แล้ว
ตัวฉู่โม่วเองก็ค่อนข้างกังวลเช่นกัน
ทว่า…
“การออกมาคราวนี้ ฉัน