นลงได้
บรรพชนหมัวได้ต้อนรับคณะทูตของเผ่าราชสีห์ทมิฬและกล่าวต่อสาธารณชนว่า “ฉันหวังว่าพวกเราจะกลายเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด และมีมิตรไมตรีอันดีกับเผ่าราชสีห์ทมิฬสืบต่อไปในอนาคตตราบนานเท่านาน”
ผลลัพธ์เช่นนี้ทำให้มหาเทวะยุทธ์ของเผ่าราชสีห์ทมิฬคลั่งดีใจอย่างมาก
ในที่สุด
หลังจากเยี่ยมชมอยู่ในเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้สักพักหนึ่ง พวกเขาก็สามารถโล่งใจและเดินทางกลับไปในที่สุด
…
ผู้คนของเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้มารอพบฉู่โม่วมากมาย แต่เมื่อเห็นว่ายังไม่สะดวกพวกเขาจึงได้กลับไป
ชั่วพริบตาเวลาก็ผ่านไปอีกสองปี
นี่อาจกล่าวได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ฉู่โม่วเก็บตัวนานที่สุดตั้งแต่เขาฝึกฝนมา
ชายหนุ่มฝึกฝนโดยเปิดใช้งานการเร่งเวลา 100 เท่า เป็นเวลากว่าสองปี ดังนั้นการเก็บตัวครั้งนี้ เมื่อเทียบกับคนทั่วไปจะเท่ากับฝึกฝนนานถึงสองร้อยปี
นับว่ายาวนานมาก
แต่สิ่งที่ฉู่โม่วได้รับก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน
อย่างแรกคือคัมภีร์ผนึกสวรรค์ยุคแรกเริ่ม ซึ่งฉู่โม่วสามารถทำความเข้าใจได้สำเร็จ ดังนั้นในตอนนี้เขาจึงสามารถสั่งสมเจตจำนงสังหารไว้ในร่างกายได้แล้ว
ณ ห้องอันเงียบสงบ
ฉู่โม่วกำลังนั่งสมาธิ ดวงตาปิดแน่น จากนั้นเริ่มปรากฏกลิ่นอายแผ่วเบาที่พัวพันรอบตัว
กลิ่นอายเหล่านี้คือเจตจำนงสังหารที่อัดแน่นอยู่ในร่างกายชายหนุ่ม
เดิมทีเมื่อเริ่มฝึกฝน เขายังไม่สามารถควบคุมเจตจำนงสังหารมากมายรอบตัวได้ มันถูกปลดปล่อยออกมาจนเกือบจะกลายเป็นทะเลเมฆ แต่หลังจากฝึ