้กับทะเลที่ไร้ขอบเขต และระยะทางกว้างถึงหนึ่งล้านกิโลเมตร
เขาใส่มันทั้งหมดไว้ในโลกในฝ่ามือของเขา
หลังหมอกทั้งหมดถูกเก็บไป พื้นที่บริเวณนี้ก็ถูกกัดเซาะอย่างรวดเร็วด้วยอณูที่มองไม่เห็น หลังจากนั้น ฉู่โม่วสังเกตเห็นว่าบริเวณนี้เต็มไปด้วยความทรุดโทรม
ถ้าจะบอกว่าเมื่อก่อนมันปกคลุมไปด้วยอณูแห่งความตาย และความเงียบงันราวกับไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต ตอนนี้มันกลายเป็นการล่มสลาย
นี่คือความเสื่อมโทรมที่เกิดจากการกัดเซาะของกาลเวลา
ความเสื่อมแบบนี้แก้ไขไม่ได้ ดั่งโลกตกลงไปในเหว ดุจวิญญาณที่ร่วงหล่นสู่นรกและถูกวิญญาณร้ายนับไม่ถ้วนจับไว้ แม้ดิ้นรนแค่ไหนก็หนีไม่พ้น
เมื่อรู้สึกถึงความเสื่อมโทรมที่เกิดจากการกัดเซาะนี้ ในใจฉู่โม่วพลันเกิดความรู้สึกบางอย่าง
ดูเหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลัง แต่หลังจากคิดอย่างรอบคอบแล้ว กลับพบว่าไม่มีร่องรอยใด ๆ เลย
ทว่าชายหนุ่มมั่นใจได้ว่านี่ไม่ใช่ภาพลวงตาของเขา
ตรงกันข้าม มันคือประสบการณ์จริง
แม้จะหาเหตุผลที่เฉพาะเจาะจงว่าทำไมเขาถึงไม่เข้าใจไม่ได้ แต่ตามความคิดของฉู่โม่ว ควรจะเป็นเพราะเวลาในการทำความเข้าใจนั้นตื้นเขินเกินไป หากเขาได้รับเวลามากกว่านี้ อาจจะสามารถเข้าใจกลิ่นอายพลังนี้ได้อย่างแท้จริงและได้รับผลประโยชน์ใหม่
‘ช่างเถอะ!’
‘นั่นคือวิถีแห่งโชคชะตา ถ้าเอามาไม่ได้ ก็อย่าฝืน!’
ฉู่โม่วส่ายหัว ก่อนปัดเป่าความคิดฟุ้งซ่านในใจของเขาทิ้ง
เมื่อฟื้นคืนสติขึ้นมา ชายหนุ่มก็มอ