เห็นลวดลายศักดิ์สิทธิ์ และเขาก็จำรายละเอียดของมันได้เป็นอย่างดี
“ถ้าใช้คัมภีร์โบราณแห่งดาวเคราะห์สีน้ำเงินเป็นการทดสอบ มันก็คงจะตั้งขึ้นมาโดยชั้นสวรรค์หรือเผ่าพันธุ์มนุษย์บนโลกสินะ!”
เมื่อคิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มก็เริ่มศึกษามันทันที
เพื่อที่จะทำความเข้าใจกับความลับแห่งดาวเคราะห์สีน้ำเงิน เขาตั้งหน้าตั้งตาศึกษาอักขระโบราณทุกตัวและสามารถเข้าใจความหมายของแต่ละตัวอักษรได้อย่างง่ายดาย
คุนเผิง!
ฉู่โม่วระบุความหมายของอักขระศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองโดยไม่ลังเล
“การทดสอบแรกสำเร็จ เริ่มการทดสอบที่สอง!”
ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น ม้วนภาพที่สองก็ปรากฏตัวขึ้นทันที
มันยังคงเป็นข้อความสั้น ๆ แต่ที่ต่างไปจากเดิมคือมันมีคำว่า ‘คุนเผิง’ ปะปนอยู่ด้วย
ระยะเวลาสำหรับการทดสอบนี้ถูกขยายออกเป็นสามวัน
แต่ฉู่โม่วก็สังเกตเห็นได้ตั้งแต่แวบแรกที่มอง
“มีมัจฉาอยู่ทางทิศเหนือ ชื่อว่าคุน”
“คุนมีขนาดใหญ่มากจนไม่อาจวัดได้ ก่อนจะกลายเป็นวิหคโดยมีชื่อว่าเผิง ไม่มีใครบอกได้ว่าปีกของเผิงกว้างใหญ่เพียงใด มันโบยบินราวกับก้อนเมฆที่ลอยอยู่บนผืนฟ้า”
นี่แหละ!
ฉู่โม่วตอบคำถามออกไป
แล้วภาพที่สามก็ปรากฏให้เห็นในทันที
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ม้วนภาพนี้ดูซับซ้อนยิ่งกว่ามาก นอกจากข้อความแล้ว มันยังบันทึกรูปภาพเอาไว้ด้วย แต่แม้จะเรียกว่ารูปภาพ มันก็เป็นเพียงแค่เส้นร่างไม่กี่เส้น หากผู้คนธรรมดาได้เห็น พวกเขาก็คงคิดว่าเป็นแค่เส้นธรรมดาทั่วไป
แต