จเป็นธรรมดา
แต่ชายหนุ่มก็ไม่สนใจแม้แต่น้อย
หลังจากที่เจรจาต่อรองกันเสร็จ เขาก็เก็บมันเข้าไปในโลกบนฝ่ามือ
“จิ๊ด จิ๊ด!”
เมื่อมาถึง มันก็ต้องประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าภาพตรงหน้าพร่ามัวและเป็นโลกที่แปลกประหลาด
และในตอนนั้นเอง
เขาก็มองเห็นนกขนาดเล็กและนกสามขาขนาดใหญ่ที่ดูแปลกพิลึกเดินเข้ามาหา
“นายท่าน นั่นมันตัวอะไรกัน!”
เสี่ยวอู๋กระพือปีกและเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ฉันรู้สึกว่าฉันละอยากกินมันจริง ๆ…”
“จิ๊ด…”
เมื่อต้องขวัญผวาเพราะคำพูดของเสี่ยวอู๋ มันก็วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วและไปหลบอยู่ด้านหลังฉู่โม่วทันทีที่พบตัวเขา
ในตอนนี้ มันลืมไปแล้วว่าฉู่โม่วเคยข่มขู่มันอย่างไร
ยังไงซะเมื่อเทียบกับเสี่ยวอู๋ที่อยากจะกินมันแล้ว ฉู่โม่วแค่ขอให้มันส่งมอบสมบัติให้เป็นครั้งคราวเท่านั้น นั่นก็ถือว่าดีมากแล้ว
“เสี่ยวอู๋ นี่คือสมุนไพรวิญญาณ มันเป็นสิ่งที่ล้ำค่ามาก ห้ามกิน!”
ฉู่โม่วกล่าวเสียงดังฟังชัด
“แกว๊ก…”
เสี่ยวอู๋พยักหน้า แต่ก็ยังมองดูสมุนไพรวิญญาณด้วยความสงสัย
และในตอนนั้นเอง ฉู่โม่วก็ยกสมุนไพรวิญญาณขึ้นมาและกล่าว “ในเมื่อแกยอมแพ้ให้ฉันแล้ว ฉันจะตั้งชื่อให้… แกเป็นสีเขียวแบบนี้ งั้นฉันจะเรียกแกว่าเสี่ยวลู่แล้วกัน!”
“จิ๊ด!”
สมุนไพรวิญญาณส่งเสียงร้องออกมาพร้อมกับสีหน้าโกรธเกรี้ยวราวกับว่าไม่อาจยอมรับชื่อนี้ได้
ฉู่โม่วไม่สนใจและพูดกับมัน “อีกอย่าง นี่คือโลกในฝ่ามือของฉัน ตั้งแต่นี้ไปแกจะอาศัยอยู่ที่นี่