ั้นก็ตรงมาถึงทางเข้าดินแดนรกร้างของมหาเทวะยุทธ์
ภาพที่เห็นเป็นดั่งประตูสวรรค์อันงดงามอย่างยิ่ง ซึ่งรายล้อมไปด้วยพลังแห่งกฎเกณฑ์อันไร้ขีดจำกัดที่กำลังเล็ดลอดออกมา และอีกด้านหนึ่งของบานประตูกลับถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด จึงทำให้พวกเขาไม่สามารถประเมินถึงสภาพแวดล้อมภายในได้
แต่ฉู่โม่วและคนอื่น ๆ ได้รับรู้เกี่ยวกับสภาวะแบบนี้มาจากบรรพชนหมัวก่อนแล้ว จึงไม่ได้แปลกใจอะไร
“ทุกคนเข้าไปทีละคนตามลำดับ จากนั้นให้ตรวจสอบสถานการณ์โดยรอบทันทีเพื่อความปลอดภัย!”
“เข้าไปกันเถอะ!”
ฉู่โม่วออกคำสั่ง จากนั้นก้าวตรงไปยังประตู
วู้ม!
ระลอกคลื่นพลันดูดกลืนร่างของชายหนุ่มหายไปต่อหน้าต่อตาทุกคน
หลังจากนั้น ผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ก็เข้าไปตามลำดับและหายไปทีละคน
เมื่อพวกเขาเข้าไปจนครบ
บรรพชนหมัวและคนอื่น ๆ ต่างยืนเฝ้าที่หน้าประตูด้วยแววตาที่คาดหวัง
ไม่มีใครรู้ว่าฉู่โม่วและคนอื่น ๆ จะได้รับผลประโยชน์จากภายในหรือไม่ อีกทั้งพวกเขาก็ไม่สามารถทำสิ่งใดไปได้มากกว่านี้ จึงเพียงเฝ้าอวยพรให้ผู้ปลุกพลังที่เข้าไปออกมาอย่างปลอดภัย
…
ในขณะนี้ ภายในมีเพียงเสียงหวีดหวิวท่ามกลางหมอกสีดำที่ลอยอยู่ในอากาศ ทุกคนมองออกไปรอบ ๆ ไม่เห็นสิ่งใดแม้แต่นิ้วตัวเอง
หมอกดำที่เจือปนไปด้วยพลังปราณเหล่านี้มีความพิเศษมาก แม้แต่จิตสัมผัสพลังวิญญาณก็ยังถูกปิดกั้น มิหนำซ้ำ ยังไม่สามารถสลัดพวกมันให้พ้นไปจากร่างกายได้อีกด้วย
นี่คือฉากตรงหน้าเมื่อฉู่โม่วเข้