ยบไปครู่ใหญ่…
เจ้าสำนักบอกฉู่โม่วว่าเขาจะส่งวิชาที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านี้ไปให้ในไม่ช้า ส่วนทั้งสามจะศึกษาทุกอย่างได้สำเร็จไหมนั่นก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของพวกเขาเอง
หลังจากที่ได้ยินดังนั้น ฉู่โม่วก็ดีใจจนเนื้อเต้น
เขาเชื่อว่าเหตุผลที่ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ตลอดเวลาสิบปีของการฝึกฝนนั้นจะต้องเป็นเพราะกระบวนท่าที่เจ้าสำนักให้มานั้นผิวเผินเกินไป ตราบใดที่ได้รับกระบวนท่าอันลึกซึ้ง เขาจะต้องคว้าอะไรมาได้บ้างอย่างแน่นอน
ด้วยความคิดเช่นนี้ในใจ ฉู่โม่วก็ตกอยู่ในความกระตือรือร้นอีกครั้ง
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ฤดูใบไม้ร่วงก็ดำเนินมาถึงในชั่วพริบตา
ท่ามกลางเดือนตุลาคมสีทองอร่าม ใบเมเปิลบนภูเขาเป็นสีแดงฉานยิ่งกว่าเปลวเพลิง
ตั้งแต่ตีนภูเขาขึ้นไป มันกินพื้นที่ไปตลอดทางจนถึงประตูสำนักเต๋า
หากยืนอยู่บนสำนักเต๋าและเงยหน้าขึ้นมองก็จะเห็นสีแดงและม่วงผสมผสานกัน พื้นที่กว้างใหญ่ทับซ้อนกันดูราวกับพระอาทิตย์อัสดง ทำให้ผู้ได้เห็นรู้สึกสดชื่นตาม
มันเป็นวันฝนตกในฤดูใบไม้ร่วง ฉู่โม่วกับเด็กหนุ่มอีกสองคนกำลังรอการมาถึงของเจ้าสำนัก
ทั้งสามยืนอยู่ข้างกัน แต่อีกสองคนไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย มันทำให้เขาโกรธจัด ไม่ว่าเด็กหนุ่มพวกนั้นจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
“รอก่อนเถอะ!”
“ตราบใดที่ข้าได้กระบวนท่าที่ดีกว่านี้ ข้าต้องเรียนรู้บางอย่างได้แน่ อย่ามารังแกคนที่ยากลำบากกว่าสิ!” สายตาของฉู่โม่วเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
หลังจากที่รออยู่