ะยุทธ์แห่งเผ่ากลุ่มดาวกันย์ก็ปรากฏตัวขึ้นและประกาศกฎใหม่ให้ฉู่โม่วโดยเฉพาะว่า หากไม่มีใครขึ้นมาท้าทาย เขาก็สามารถกำหนดคู่ต่อสู้แล้วยื่นคำท้าประลองแก่ผู้อื่นได้ และถ้าถูกปฏิเสธก็จะถือว่าเขาชนะและได้รับแต้มไปทันที
เมื่อประกาศกฎใหม่นี้ออกมา
สีหน้าของเหล่าอัจฉริยะจากทุกเผ่าพันธุ์ที่อยู่บนลานประลองอื่นพลันเปลี่ยนไปทันที
เหตุผลที่พวกเขาเลือกเปิดลานประลองอื่นก็เพราะพวกเขาไม่ต้องการต่อสู้กับฉู่โม่ว โดยเฉพาะบรรดาอัจฉริยะที่คิดว่าเก่งไม่มากพอที่จะเข้าสู่สิบอันดับแรก
แต่ทันทีที่ประกาศกฎใหม่ออกมาให้ฉู่โม่วท้าทายพวกเขาได้ แล้วหากพวกเขาแพ้จริง ๆ นี่มันไม่ได้หมายความว่าการสะสมแต้มทั้งหมดก่อนหน้านี้จะต้องถูกลบทิ้งหมดเลยงั้นเหรอ?!
“ไม่นะ อย่าเลือกฉัน!”
“ซวยแล้ว!”
อัจฉริยะหลายคนแอบรู้สึกขมขื่น
ฉู่โม่วไม่สนใจว่าเหล่าอัจฉริยะพวกนี้กำลังคิดอะไรอยู่
มีเพียงดวงตาของเขาที่เป็นประกาย จากนั้นก็ค่อย ๆ มุ่งความสนใจไปที่อัจฉริยะมากมายบนลานประลองอื่น
เดิมทีเขาต้องการท้าทายทีละคน
แต่เมื่อเห็นว่ามีอัจฉริยะอยู่บนลานประลองอย่างน้อยหลายสิบคน ที่หันมามองเขาด้วยสายตาหวาดกลัว ทำให้เขาหมดความตื่นเต้นไปโดยปริยาย
“เฮ้อ!”
“งั้นก็ไม่ต้องทำให้มันยุ่งยาก พวกนายเข้ามาพร้อมกันได้เลย!”
ชายหนุ่มพูดพร้อมกับถอนหายใจ
ทันทีที่พูดคำเหล่านี้ออกมา บนอัฒจันทร์ผู้ชมก็เกิดความโกลาหลอีกครั้ง