าจริง ๆ!”
“ฉันทนไม่ไหวแล้วโว้ย!”
เทวะยุทธ์เฟิงหั่วสบถเสียงดังและกำลังจะกระโดดขึ้นไปบนลานประลอง
ทันใดนั้นเอง
ตู้ม!
ห้วงมิติทั่วจัตุรัสพลันสั่นสะเทือน จากนั้นลำแสงอันสว่างไสวก็พวยพุ่งขึ้นท่ามกลางฝูงชน ร่างหนึ่งร่างเดินออกมาอย่างช้า ๆ มาถึงบริเวณวงแหวนรอบนอกลานประลอง
นี่คือผู้ปลุกพลังที่ภายนอกดูเหมือนเผ่าพันธุ์มนุษย์และยังเยาว์วัยมาก เขาเดินมาพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่มุมปาก ท่วงทำนองแห่งวิถีมากมายที่กำลังไหลวนคลอเคลียรอบตัวเขา ราวกับคนทั้งคนสามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวกับห้วงมิติ ซึ่งเต็มไปด้วยพลังเทวะเจิดจ้าและกลิ่นอายอันลึกลับไร้ที่สิ้นสุด
ทันทีที่ปรากฏตัว เขาก็กลายเป็นจุดสนใจของผู้ชมทั้งสนามทันที
“ฉันขอลองดูบ้างสิ!”
อัจฉริยะหนุ่มกล่าว
วินาทีต่อมา
เขาก็เดินตรงมาทางลานประลองอย่างต่อเนื่อง และในแต่ละย่างก้าวจะปรากฏดอกบัวสีทองที่อัดแน่นไปด้วยพลังวิถีเบ่งบานขึ้นมาจากความว่างเปล่า ซึ่งดูงดงามและเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์
“เขาเป็นใคร?”
“ทำไมถึงสามารถทำแบบนั้นได้?”
เมื่ออัจฉริยะหนุ่มคนนี้ปรากฏตัว ทั่วจัตุรัสก็เงียบลงทันที แต่ไม่นานก็เกิดการถกเถียงกันขึ้นอย่างดุเดือด
ฉู่โม่วก็รู้สึกสงสัยเช่นกัน
ฉู่โม่วสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงความแข็งแกร่งของชายหนุ่มผู้นี้ รวมถึงพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน เขามีพรสวรรค์ระดับเทวะถึงสามอย่าง และพรสวรรค์ระดับตะวันอีกสองอย่าง หากเทียบกับบรรดาอัจฉริยะทั้งหมดแล้ว