ต่พวกเขาก็ยังไม่ได้ข้อตกลงที่พึงพอใจกันทั้งสองฝ่าย การเจรจาจึงใช้เวลานานทีเดียว
“แบบนี้เป็นไงล่ะ”
หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง บรรพชนหมัวก็เอ่ยขึ้น “พวกเราถอยทัพกัน นายไม่จำเป็นต้องยกอาณาเขตของเผ่าสิงห์ดำคลั่งให้ และราชวงศ์ก็ไม่ต้องส่งใครมาให้ แต่ทรัพยากรที่ฉันขอต้องขึ้นอยู่กับพื้นฐานเดิม นอกจากนี้ นายต้องยกฐานสำคัญให้เราสิบแห่ง… นี่เป็นข้อเสนอสุดท้ายของฉัน และคำขาดตัวของเผ่าพันธุ์มนุษย์แล้ว ถ้าไม่ตอบตกลง ก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว!”
“นี่…”
ผู้บัญชาการหลักครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
เขาสัมผัสได้ถึงความเด็ดขาดในน้ำเสียงของบรรพชนหมัว และรู้ว่าหากปฏิเสธอีกครั้ง อีกฝ่ายจะต้องยกเลิกการเจรจาและเริ่มทำสงครามต่อเป็นแน่ ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่อยากให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น
แต่บรรพชนหมัวก็ต้องการทรัพยากรมากเกินไป
แม้ว่ามันจะเป็นสิทธิประโยชน์ที่มากแล้ว พวกเขาไม่จำเป็นต้องยกอาณาเขตให้ และยังไม่จำเป็นต้องส่งผู้คนมาให้อีกด้วย แต่ทรัพยากรพื้นฐาน 70% ประกอบกับฐานสงครามสิบแห่งนั้น เมื่อส่งมอบไป เผ่าสิงห์ดำคลั่งก็เหมือนกับสูญเสียผิวหนังของตัวเองไป
ต้องรู้ด้วยว่า…
ทรัพยากรเหล่านั้นต่างก็เป็นสมบัติหายากที่ไม่อาจประเมินค่าได้
และฐานสงครามสิบแห่งก็เป็นอาวุธสงครามที่พัฒนาขึ้นโดยเผ่าสิงห์ดำคลั่ง พละกำลังของมันเทียบเท่าได้กับมหาเทวะยุทธ์เลยทีเดียว
พวกเขาต้องใช้ทรัพยากรนับไม่ถ้วนและเวลากว่าหลายพันปีในการสร้างแต่ละ