”
ในตอนนั้นเอง
เสียงพ่นลมหายใจเย็นยะเยือกพลันดังขึ้น แล้วร่างหนึ่งก็ปรากฏตัว ร่างนั้นยกมือขึ้นและฟาดลงไป เกิดแสงศักดิ์สิทธิ์ไร้ที่สิ้นสุดพวยพุ่งออกมาราวกับภูเขาไฟหลายร้อยลูกปะทุพร้อมกัน มันปัดฝ่ามือขนาดใหญ่ของผู้อาวุโสเผ่ามนุษย์วิหคออกไปในทันที
มหาเทวะยุทธ์ปู้เมี่ยนั่นเอง!
เขาลอยอยู่กลางอากาศ ทั่วทั้งร่างกายอาบไปด้วยแสงสีทองที่ฉายลงมาจากท้องฟ้าดุจแสงศักดิ์สิทธิ์ รัศมีอมตะแพร่กระจายออกมาราวกับว่าเขาไม่ใช่ตัวตนที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้
“ปู้เมี่ย!”
ผู้อาวุโสเผ่ามนุษย์วิหคกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว
เขาตั้งใจจะสังหารฉู่โม่ว แต่ก็ไม่คาดคิดว่าปู้เมี่ยจะเข้ามาหยุดเอาไว้!
นอกจากความเกลียดชังลึกในจิตใจแล้ว เขายังต้องตกตะลึงในพละกำลังของมหาเทวะยุทธ์ปู้เมี่ยยิ่งกว่า เขาเพียงคนเดียวสามารถต่อสู้กับพวกเขาสิบเอ็ดคนได้ และหลังจากที่ต่อสู้เป็นเวลานาน พละกำลังของเขาก็ไม่ถดถอยเลยแม้แต่น้อย มันกลับแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ เสียด้วยซ้ำ
แม้ว่าเขาจะรู้จักพลังของปู้เมี่ยมาเป็นเวลานานแล้ว ทว่าเมื่อได้ต่อสู้ด้วยตัวเอง เขาถึงได้รู้ว่าปู้เมี่ยน่าสะพรึงกลัวถึงขนาดไหน
“อะไร แกรีบหรือไง?”
“ดิ้นรนไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก! ตอนนี้ฉันยังอยู่ที่นี่ ถ้าอยากจะฆ่าผู้แข็งแกร่งจากเผ่าพันธุ์ของฉัน แกก็ต้องข้ามศพฉันไปก่อน!”
มหาเทวะยุทธ์ปู้เมี่ยกล่าวและหัวเราะร่วน
แต่แล้ว
เขาก็หยุดไปครู่หนึ่ง แล้วจึงกล่าว “คือว่า… ไม่ใช่ว่าฉันดูถูกแกนะ