อฉีอวิ๋นอยู่ไหม?”
ผู้ดูแลหอชั้นนอกคนหนึ่งกล่าวตอบ “ท่านเจ้าหอฉีอวิ๋นรอพบคุณอยู่แล้ว!”
ฉู่โม่วพยักหน้าเบา ๆ และเดินเข้าไป
แค่เพียงเข้าไปในหอ
ในห้องโถงขนาดใหญ่มีสามคนนั่งอยู่ มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นนั่งอยู่ทางซ้ายมือ และมหาเทวะยุทธ์ว่านเฮ่อนั่งอยู่ทางขวามือ ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นเป็นผู้ที่ผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นในที่ชายหนุ่มไม่เคยพบมาก่อน
แต่เมื่อเห็นรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ราวกับจักรวาลอันกว้างใหญ่แล้ว เขาดูแข็งแกร่งยิ่งกว่ามหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นเสียอีก ทำให้ฉู่โม่วอดรู้สึกตกตะลึงไม่ได้
เขาไม่กล้ามองอีกต่อไป
ฉู่โม่วรีบโค้งคำนับและกล่าวอย่างนอบน้อมทันที “สวัสดี ท่านเจ้าหอทุกคน!”
“เงยหน้าขึ้นเถอะ!”
มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ฉู่โม่วลุกขึ้นยืนตรง
และในตอนนั้นเอง
เขาก็ได้ยินมหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นพูดต่อ “ฉู่โม่ว นายรู้จักเจ้าหอว่านเฮ่อไปแล้ว ส่วนนี่คือเจ้าหอหลักแห่งหอสัจธรรมของเรา มหาเทวะยุทธ์ปู้เมี่ย!”
เจ้าหอสัจธรรมเหรอ?
หัวใจของฉู่โม่วเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ
ตั้งแต่กลายเป็นผู้ดูแลของหอสัจธรรม เขาก็ได้ยินมาตลอดว่าเจ้าหอคนปัจจุบันนั้นทรงพลังจนเป็นอันดับหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์ จากคำอธิบายของมหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋น เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายชื่นชมชายคนนี้มากทีเดียว ทำให้ชายหนุ่มเองก็เคารพนับถือเขาไปด้วย
แต่เพราะเจ้าหอคนนี้ออกเดินทางไปเป็นเวลานาน ผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นในจึงไม่เคยได้พบเขามาก่อ