ิมที่มันค่อนข้างดูเฉื่อยชา ก็กลายเป็นคล่องแคล่วว่องไวดูมีชีวิตชีวา ราวกับเป็นหงส์เพลิงจากยุคบรรพกาลที่ข้ามผ่านมายังโลกปัจจุบัน
มีกลิ่นอายอันน่าพรั่นพรึงกระจายออกมา ไม่ว่าจะผ่านไปที่ใด ห้วงมิติโดยรอบก็จะถูกบดขยี้จนแตกเป็นเสี่ยง ทำให้บรรดาอัจฉริยะทั้งหมดหน้าซีดเผือด ราวกับกำลังเผชิญหน้าวิกฤตครั้งใหญ่
“น่ากลัวเกินไปแล้ว!”
“หลังจากที่ได้รับกู่ฉินหงส์เพลิงมาและผ่านการชำระล้างจากแสงอมตะแล้ว ตอนนี้ก็ถือว่าเธอกลายเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งดาวเคราะห์ร้างทิศบูรพาไปโดยปริยาย!”
“แม้แต่กู๋เจาสือก็ไม่คู่ควรนำมาเปรียบเทียบกับเธอ!”
บรรดาอัจฉริยะต่างอุทานเบา ๆ
ในขณะนี้ มีอัจฉริยะหลายคนที่ได้รับแสงอมตะผสานเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับก็แตกต่างกันไปเช่นกัน
มีผู้ปลุกพลังจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ได้ผสานกับแสงอมตะ แต่ไม่นับรวมกลุ่มคนที่ล้มเหลวไปก่อนหน้า
“เทียมเทพกลืนกินสวรรค์ก็ยังไม่ได้ผสานเข้าร่าง ฉันจึงไม่รู้ว่าเขาจะสามารถดึงดูดแสงอมตะได้กี่สาย?”
บางคนสังเกตเห็นว่าฉู่โม่วยังคงนั่งนิ่งไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ พวกเขาจึงสนทนากันด้วยความสงสัย
อย่าลืมนะว่าตอนเข้ามา เขาสามารถทำให้ม่านกำแพงวิญญาณเปิดออกเองได้ ด้วยพรสวรรค์ระดับนี้ เขาต้องดึงดูดการยอมรับจากแสงอมตะได้มากแน่นอน!
เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลายคนก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอย
และฉู่โม่วก็ไม่ทำให้พวกเขาต้องรอนาน
ทันใดนั้น
ครืน!
เกิดเสียงสั่นสะเทือนอย่างฉับพลันใ