“ปรมาจารย์กระบี่ช่างสายตาไม่เลว”
จ้าวไห่หัวเราะ
เห็นได้ชัดว่า คำพูดนี้ที่หมายถึง คือปรมาจารย์กระบี่มาเพื่อสนับสนุนเซียวเหยียน
เมื่อได้ยินดังนั้น บนใบหน้าของหลี่ชางเสวียนกลับปรากฏความอึดอัดขึ้นมาสายหนึ่ง
เขามาเพื่อสนับสนุนเซียวเหยียน หาใช่เพราะตัวเซียวเหยียนเอง แต่เป็นเพราะศิษย์ของตนเองร้องขอ และเขาก็เอ็นดูเยว่ชิงเหอศิษย์น้อยผู้นี้อย่างยิ่ง บวกกับการเดินทางครั้งนี้อีกฝ่ายส่งจดหมายกลับมาแสดงเจตจำนงแล้วว่าจะเลือกวิถีกระบี่ ด้วยเหตุนี้ ยิ่งทำให้เขารู้สึกยินดี ดังนั้นจึงรับปากลงจากเขามาเพื่อนางอย่างง่ายดาย
รอจนจ้าวไห่นั่งลง คนอื่นๆ ก็ล้วนแต่โค้งคำนับทักทายเขา ถึงแม้ว่ายอดฝีมือผู้นี้จะเป็น “ขันที” แต่ก็ไม่มีใครกล้าดูแคลน อย่าว่าแต่พวกเขาเลย ถึงแม้จะเป็นองค์ชายในราชสำนักแห่งนั้น เมื่อเจอจ้าวไห่ก็ต้องเรียกหนึ่งเสียงว่าท่านลุงจ้าว
“ทุกท่านนั่งเถิด ไม่ต้องเกร็ง”
จ้าวไห่ยิ้มโบกมือเป็นสัญญาณให้คนอื่นๆ นั่งลง
ข้างกายจ้าวไห่ คือเซียวเหยียนที่ประคองราชโองการ เขาเรียกสาวใช้ชุนหลันที่คอยรับใช้อยู่ข้างนอก ให้เธอนำราชโองการนี้กลับไปวางไว้ที่เรือนขุนเขาสายน้ำ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สุราระหว่างมื้ออาหารทำสกป