อตัวเสียก่อน ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะมีพลังระดับที่สามารถสังหารเทวะยุทธ์ได้ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าสัตว์อสูรยักษ์ตนนี้ มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับมนุษย์ที่ยืนอยู่ต่อหน้าเทพเจ้าเลย
ต่อให้เขาพยายามสุดความสามารถ ใช้ระฆังจักรพรรดิบูรพา หรือ กระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ อีกฝ่ายก็น่าจะสามารถตอบโต้เขากลับในพริบตาได้เช่นกัน!
คิดได้แบบนั้น ชายหนุ่มก็พยายามข่มความกลัวภายในใจ ไม่กล้าที่จะกระตุ้นพลังใด ๆ ออกมา
โชคยังดีที่อสูรประหลาดตนนี้ไม่ได้อยู่บริเวณนี้นานนัก ดูเหมือนมันกำลังเคลื่อนที่ไปอย่างไร้จุดหมายเท่านั้น ดังนั้นไม่นานนักมันก็หายจากสายตาฉู่โม่วไป
ภายหลังจากที่อีกฝ่ายหายไปลับตาแล้ว ผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นในก็ยังคงนิ่งสงบอยู่อีกนับชั่วโมงกว่าจะถอนหายใจอย่างโล่งอกราวกับตนเพิ่งกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง
“น่ากลัวชะมัด!”
เมื่อคลายความกังวลลงได้ ฉู่โม่วก็รีบปาดเหงื่อเย็นบนหน้าผากของเขาทันที
แรงกดดันมหาศาลที่อสูรประหลาดตนนั้นส่งออกมาทำให้ชายหนุ่มรู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก หากเทียบกับความกดดันที่ออกมาจากมหาเทวะยุทธ์แล้ว นั่นยังเทียบเจ้าสิ่งนี้ไม่ได้เลย!
ต่อหน้าสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเช่นนี้… ต่อให้จะเป็นยอดฝีมือจากทั้งจักรวาล บางทีอาจจะถูกมันถล่มจนราบคาบในพริบตาเลยก็ได้!
หลังจากที่จัดการความรู้สึกตัวเองพักหนึ่ง ความคิดการอ่านของฉู่โม่วก็กลับมาอยู่ในสภาวะสงบอีกครั้งหนึ่ง เขาเริ่มเข้าสำรวจพื้นที่นี้ต่ออย่างไม่รอช้า
การแตกดั