์ของพวกเรา แต่ตอนนี้เขามาถึงจุดนี้แล้ว พวกเราไม่มีโอกาสที่จะมองเห็นหลังของเขาด้วยซ้ำ แค่พูดก็น่าอับอายจริง ๆ!” ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางกล่าว
เขาหวนนึกถึงตอนที่ฉู่โม่วเพิ่งจะมาถึงสุดยอดฐานจงไห่และเข้ามาในวิหารราชันย์เทพยุทธ์
ในตอนนั้นเขาแค่คิดว่าชายหนุ่มคนนี้มีพรสวรรค์มากและคงจะเข้าสู่จุดสูงสุดของขั้นราชันย์เทพยุทธ์ได้ในอนาคต และอาจก้าวออกไปสู่นอกโลกได้
แต่ใครจะไปคิดว่าภายในเวลาแค่ไม่กี่ปี นอกจากจะกลายเป็นราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดและก้าวออกจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินแล้ว ฉู่โม่วยังเปล่งประกายสว่างไสวในกาแล็กซีและกลายเป็นสุดยอดพรสวรรค์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วย ตอนนี้เขาสามารถต่อสู้และกระทั่งสังหารมหาเทวะยุทธ์ได้แล้วด้วยซ้ำ
เมื่อมองย้อนกลับไป เขาก็รู้สึกราวกับว่าทุกอย่างเป็นเพียงความฝันและภาพลวงตา
“เอาละ หยุดเปรียบเทียบกับฉู่โม่วกันเถอะ ผู้คนน่ะแตกต่างกัน เปรียบเทียบไปก็มีแต่จะเสียกำลังใจเท่านั้นแหละ!”
ในตอนนั้นเอง ราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพเหนือก็เอ่ยขึ้น
“ใช่แล้ว เดินไปตามเส้นทางของเรา!”
ราชันย์เทพยุทธ์แสงบูรพาเองก็เอ่ยขึ้น “พูดถึงเรื่องนั้น เดี๋ยวดาวเคราะห์สีน้ำเงินของเราก็จะสร้างจารึกเคลื่อนย้ายมิติและมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายอย่างทางรถไฟระหว่างดวงดาว ในตอนนั้น พวกเราก็สามารถเดินทางออกจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินและสัมผัสจักรวาลเหนือขอบโลกได้ หลังจากเวลาผ่านไป พวกเราก็อาจจะก้าวข้ามขั้นราชันย์เทพยุทธ