งสำคัญก็คือ มีมหาเทวะยุทธ์อีกสองคนยืนอยู่ข้างหลังฉู่โม่วด้วย!
คนหนึ่งไปถึงขั้นมหาเทวะยุทธ์ระดับสูงสุดแล้วด้วยซ้ำ!
เพียงแค่คนเดียวก็เพียงพอที่จะทำลายพวกเขาทุกคนแล้ว!
แล้วจะไม่ให้หนักใจได้อย่างไรกัน?
เมื่อคิดได้ดังนั้น มหาเทวะยุทธ์คนหนึ่งก็เอ่ยขึ้น “ท่านผู้ยิ่งใหญ่ พวกเราเป็นผู้ปลุกพลังจากเผ่าปาเหรินและมีนายน้อยแห่งเผ่าปาเหรินอยู่บนเรือรบด้วย ก่อนหน้านี้พวกเราไร้เหตุผลเกินไป ได้โปรดให้อภัยด้วย หวังว่าท่านจะยอมเมตตาสักครั้ง แล้วพวกเราจะมอบค่าตอบแทนให้อย่างงาม!”
เขาพยายามจะคลี่คลายบรรยากาศและปรับความเข้าใจกับอีกฝ่าย
แต่…
ฉู่โม่วกลับหัวเราะเยาะ “ตอนที่มาถึงก็มาขู่ให้ยอมทำข้อตกลง แล้วพอสถานการณ์ดูท่าไม่ดีก็จะหนีไป คิดว่าดาวเคราะห์สีน้ำเงินของฉันจะปล่อยไปง่าย ๆ งั้นเหรอ? มันจะง่ายขนาดนั้นได้ยังไงกัน?!”
“ท่านหมายความว่ายังไง?”
ผู้ปลุกพลังขั้นมหาเทวะยุทธ์เผ่าปาเหรินกล่าว “ถ้ามีเงื่อนไขอะไรก็บอกมาได้เลย ถ้าพวกเราทำได้ก็จะไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน!”
“ไม่มีทางปฏิเสธเหรอ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่โม่วก็ยิ้มมุมปากและกล่าวออกไป “ฉันอยากได้ชีวิตของพวกนาย!”
“ถ้าแบบนั้น ฉันก็ต้องฆ่าพวกนายทุกคนไม่ใช่เหรอ?!”
เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม ใบหน้าของเหล่าผู้ฟังก็หมองหม่นลง “รู้ไหมว่าเผ่าปาเหรินของเราเป็นถึงเผ่าพันธุ์ระดับสูงในจักรวาล ถ้ากล้ามาหาเรื่องพวกเราละก็ เผ่าพันธุ์ของแกจะต้องเจอกับหายนะแน่!”
ในคำพูดของเขาเ