นิ่นนาน อย่างน้อยในความทรงจำของพวกเขาก็ไม่เคยเห็นบรรพบุรุษผู้นี้ลืมตาตื่น แต่ทุกคนรู้ดีอย่างลึกซึ้งว่าเขานั้นแข็งแกร่งมาก มากเสียจนไม่อาจจินตนาการได้ และอยู่เหนือความเข้าใจของพวกเขาไปไกลลิบลับ
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าที่จะทำตัวเสียมารยาท
“นี่พวกเจ้า… ข้าหลับไปนานแค่ไหน แล้วโลกภายนอกยังปกติดีอยู่ใช่ไหม?”
บรรพบุรุษเฒ่าเหลือบมองพวกเขาแล้วถามอย่างใจเย็น
“ด้วยบารมีของท่านบรรพบุรุษ มันจึงยังปกติสุขดีมานับหมื่นปี ทว่าก็มีกลุ่มชาติพันธุ์ใหม่ ๆ ที่เจริญรุ่งเรืองและยังมีอัจฉริยะมากมายถือกำเนิดขึ้นในตระกูลของเรา” ชายวัยกลางคนกล่าว
เมื่อกล่าวจบ…
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ถามออกไปว่า “ถ้าท่านบรรพบุรุษสนใจ เดี๋ยวผมจะเรียกพวกเขาให้เข้ามาพบท่าน!
“นั่นไม่จำเป็น”
ชายชราส่ายหัวและตอบกลับไปว่า “คราวนี้ที่ข้าตื่นขึ้น ก็เพราะถูกปลุกจากพลังของบางสิ่งบางอย่างที่คุ้นเคยในอดีต”
“บางสิ่งบางอย่าง?”
ชายวัยกลางคนประหลาดใจและถามต่อว่า “ผมไม่รู้ว่าท่านบรรพบุรุษกำลังพูดถึงอะไร…”
“มันมาจากยุคสมัยอันเนิ่นนาน ถ้าพูดให้ชัดก็น่าจะเป็นคนรู้จักเก่าของข้า” ชายชรากล่าวอย่างเฉยเมย
เสียงของเขาแผ่วเบา แต่ในหูของชายวัยกลางคน เสียงนั้นดังราวกับสายฟ้าฟาดจนทำให้หนังศีรษะของเขาด้านชาด้วยความมึนงง
ไม่มีใครในเผ่าพันธุ์รู้ว่าบรรพบุรุษเฒ่าผู้นี้มีชีวิตอยู่มานานแค่ไหน
แต่สิ่งเดียวที่รู้คือบรรพบุรุษเฒ่าไม่ได้มาจากยุคสมัยนี้ เขาคือชา