เมื่อเห็นแม่ทัพผู้กุมอำนาจทางการทหารมานานหลายปีเกรงใจเช่นนี้ บนใบหน้าของหลี่ชางเสวียนก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาหลายส่วน ติดตามเขาเข้าสู่สวน ไม่ได้สนใจเซียวเหยียนข้างๆ อีกต่อไป ท้ายที่สุดแล้วลำดับศักดิ์ต่างกันเกินไป กับเด็กรุ่นหลังไม่มีอะไรต้องไปเอาเรื่อง
ศิษย์สองสามคนที่อยู่ด้านหลังหลี่ชางเสวียน ก็ตระหนักว่าการโต้เถียงกับเซียวเหยียนไม่มีความหมาย เดิมทีมาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ผลคือกลับเพราะปากเสียงจนทำให้สถานการณ์กระอักกระอ่วน ไม่คุ้มค่าเลย เพียงแต่ในใจต่อน้องหนุ่มผู้โด่งดังไปทั่วเมืองมรกตผู้นี้ ก็มีความไม่พอใจและไม่ชอบอยู่หลายส่วน
รอจนพวกเขาจากไปหมดแล้ว เยว่ชิงเหอกลับยืนอยู่ข้างกายเซียวเหยียน สีหน้าลังเล กล่าว “พี่เหยียน ท่านโกรธแล้วรึ?”
เซียวเหยียนนั่งกลับไปที่เก้าอี้ ยิ้มเล็กน้อย “ไม่ ไม่มีอะไรน่าโกรธ”
เยว่ชิงเหอกล่าว “ท่านอาจารย์ของข้าปฏิบัติต่อกระบี่อย่างจริงจังอย่างยิ่ง บางครั้งคำพูดอาจจะฟังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พี่เหยียนท่านอย่าได้ไปใส่ใจเลย”
เซียวเหยียนยิ้มๆ “อย่ากังวลเลย ข้าไม่โกรธ”
เยว่ชิงเหอมองเขาสองสามที เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้โกรธจริงๆ ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก กล่าว “ข้าเห็นว่าข้างกายเซียวจื่อเจี๋