าในร่างของอีกฝ่ายมีพรสวรรค์ระดับตะวันถึงสองอย่าง และพรสวรรค์ระดับราชันย์อีกหนึ่งอย่าง แววตาของชายหนุ่มก็แข็งค้างไปทันที
ด้วยพรสวรรค์ระดับนี้ มันสามารถทำให้คนคนนี้เข้าร่วมกับหอเพลิงโหมง่าย ๆ เลย!
ขณะที่กำลังจ้องมองนั้นเอง บุตรชายของผู้อาวุโสของสำนักสัจจะตะวันก็สัมผัสได้ถึงแววตาที่มองมาได้ด้วยเช่นกัน หัวใจของเขาบีบรัดไปชั่วขณะและแม้แต่ฝ่ามือก็มีเหงื่อไหลซึมออกมาด้วย
ตัวเขานั้นอยู่ในขั้นเทวะยุทธ์แล้ว แถมยังได้รับการสรรเสริญเกียรติจากสวรรค์ด้วย แม้จะต้องเผชิญหน้ากับเทวะยุทธ์ด้วยกัน เขาก็ไม่รู้สึกเกรงกลัวแต่อย่างใด
ทว่า ณ ขณะนี้ ยามที่ต้องเผชิญหน้ากับฉู่โม่วที่เป็นเพียงเทียมเทพ เขากลับสูญเสียความหนักแน่นนั้นไป
มันไม่ใช่เพราะว่าที่เจ้าสำนักสัจจะตะวันผู้นี้มีหัวใจที่อ่อนแอ แต่เพราะชื่อเสียงของชายหนุ่มนั้นมันยิ่งใหญ่เกินจนตัวเขาเผลอกดตัวเองลงไปยังจุดที่ต่ำกว่าที่ควรเป็น
ยิ่งไปกว่านั้น…
เขาอยากรู้ด้วยว่าเขาจะได้รับถ้อยคำกล่าวชมแบบใดจากอัจฉริยะฟ้าประทานฉู่คนนี้!
แต่ในระหว่างที่เขากำลังรู้สึกตื่นเต้นอยู่นั้นเอง ฉู่โม่วก็พยักหน้าเบา ๆ แล้วกล่าวชื่นชมผ่านน้ำเสียง “นายชื่ออะไรงั้นเหรอ?”
“อ๊ะ… ข…ขอโทษครับคุณฉู่ ผมชื่อ โฮ่วอู๋ซวง ครับ!”
ผู้ปลุกพลังหนุ่มจากสำนักสัจจะตะวันตอบด้วยความตื่นตระหนก
“โฮ่วอู๋ซวง?”
ชายหนุ่มทวนชื่อนั้นซ้ำ แล้วยิ้มออกมา “เป็นชื่อที่วิเศษมาก แต่พรสวรรค์ของนายดูจะวิเศษยิ่งกว่า