้อาวุโสท่านหนึ่งจึงได้เข้าไปแทรกแซง ทว่ากลับทำให้ระดับการลงทัณฑ์รุนแรงขึ้นจนพวกเขาทั้งคู่ตกอยู่ในอันตราย!”
“แต่ผมไม่ได้รู้รายละเอียดมากนักว่าเกิดเหตุการณ์ใดต่อจากนั้น!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น…
มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นก็พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันเข้าใจแล้ว!”
หลังจากนั้น…
ก็ทำได้เพียงมองไปที่ชายหนุ่ม
“การลงทัณฑ์งั้นเหรอ?”
“ถ้าฉู่โม่วเป็นอะไรไปจริง ๆ วันนี้ฉันจะทำลายสวรรค์นั่นทิ้งไปซะ!”
แววตาของเขาเย็นยะเยือกและมีท่าทีเคร่งขรึมอย่างมาก
ทางด้านเหล่าผู้อาวุโสเผ่าฉลามเยือกแข็งไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่ม พวกเขาได้แต่มองหน้ากันอย่างเงียบ ๆ
พูดตรง ๆ
พวกเขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าฉู่โม่วจะประสบภัยร้าย
เพราะหากเผ่าพันธุ์มนุษย์สูญเสียอัจฉริยะผู้นี้ไป มันจะส่งผลดีต่อพวกเขาไม่น้อย
แต่พวกเขาก็ไม่กล้าพูดออกไปเช่นนั้น
เกรงว่ามหาเทวะยุทธ์ตรงหน้าจะใช้พวกเขาเป็นที่ระบายโทสะ
ด้วยความรู้สึกอันซับซ้อนเหล่านี้ ทำให้ผู้อาวุโสทั้งหลายยังคงเฝ้ามองอย่างเงียบงัน
…
ในเวลานี้ ฉู่โม่วกำลังไหลเวียนพลังงานและพลังจิตวิญญาณทั้งหมดไปยังภายในสมอง เขาจึงไม่อาจรับรู้บทสนทนาภายนอกได้เลยว่ากำลังเผชิญกับสถานการณ์ใดอยู่
เขารู้สึกเพียงว่าถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ตนจะต้องตายอย่างแน่นอน!
อย่างไรก็ตาม
สิ่งที่ชายหนุ่มกังวลมากที่สุดได้เกิดขึ้นแล้ว
ทันใดนั้น…
ดวงแสงสีทองที่เคลื่อนเข้ามาในทะเลจิตวิญญาณของเขา ได้ผสานรวมเข้ากับวัตถุลึกลับในความโกลาหลอย