บแสดงความเดือดดาลและไม่สามารถสร้างปัญหาให้กับพวกเขาได้!
ทั้งสองเดินตรงไปถึงหน้าลานกว้างของตำหนักใหญ่และพบกับผู้ปลุกพลังเผ่าฉลามเยือกแข็งรุ่นเยาว์คนหนึ่งยืนขวางอยู่ ซึ่งกำลังแสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยวอย่างมาก
“อาต้าหลีกทางให้พวกเขาซะ!”
เสียงของผู้เฒ่าเผ่าฉลามเยือกแข็งดังขึ้น
“ไม่ ผมไม่หลีก!”
เด็กหนุ่มฉลามเยือกแข็งพูดทันทีด้วยความเศร้าโศกและความขุ่นเคืองในดวงตาของเขา
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้เฒ่าฉลามเยือกแข็งก็ดุว่าเสียงดังทันที “อาต้า เดี๋ยวนี้แกปีกกล้าขาแข็งขึ้นแล้วจริง ๆ! แม้แต่คำพูดของฉัน แกก็ไม่ฟังงั้นเหรอ ฉันบอกให้หลีกทางซะ!”
“ตะ… แต่”
“ไม่มีอะไรแต่ รีบออกไปให้พ้น!”
ผู้เฒ่าฉลามเยือกแข็งตะโกนด้วยความโกรธ
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น
แม้เด็กหนุ่มฉลามเยือกแข็งจะไม่เต็มใจนัก แต่ในที่สุดเขาก็ยอมหลีกทางให้
“เขาอายุยังน้อยและไม่ค่อยรู้มารยาท ฉันจึงหวังว่าท่านทูตทั้งสองจะไม่ถือสา… ขณะนี้ ท่านบรรพชนรอพวกท่านอยู่ที่ห้องโถงแล้ว เชิญเข้าไปข้างในได้เลยครับ!”
ผู้เฒ่าฉลามเยือกแข็งกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ฉู่โม่วและมหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นไม่ได้พูดอะไร เพียงมองไปที่ผู้เฒ่าอย่างมีนัยยะ ก่อนจะเดินเข้าไป
เมื่อเห็นทั้งสองเดินลับหายไปแล้ว
เด็กหนุ่มฉลามเยือกแข็งก็อดไม่ได้ที่จะพูดอย่างขุ่นเคืองว่า “ท่านผู้อาวุโสครับ ที่แห่งนี้คือดินแดนขุมทรัพย์ของเผ่าเรา เหตุใดจึงปล่อยให้คนนอกเข้าไป ผมไม่เข้าใจ!”
“ไม่เข้าใจอะไร?”
ผู้เฒ่าฉลามเย