เคราะห์สีน้ำเงินตั้งอยู่ที่ชายขอบของห้วงทางช้างเผือก ซึ่งเป็นระบบสุริยะที่อยู่ห่างไกลมากและไม่คุ้มที่จะลงทุน
แต่เนื่องจากฉู่โม่วได้ร้องขอต่อทางตำหนักบรรพชนโดยตรง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อาจปฏิเสธได้อยู่แล้ว แม้จะตระหนี่มากเพียงใดก็ตาม
นั่นเพราะว่า
ค่าใช้จ่ายในการสร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติมันเทียบไม่ได้กับทรัพยากรมากมายที่อัจฉริยะต้องใช้ฝึกฝนแม้แต่น้อย!
ใช่แล้ว
เมื่อชายหนุ่มได้ร้องขอเรื่องนี้ต่อตำหนักบรรพชน พวกเขาจึงไม่ปฏิเสธ อีกทั้งบรรพชนหมัวเพียงโบกมือเพื่อขอให้ตำหนักบรรพชนส่งคนไปจัดเตรียมทรัพยากรเพื่อเดินทางไปยังดาวเคราะห์สีน้ำเงินทันที
ตัวอย่างเช่น การสร้างท่าอากาศยานขนส่งระหว่างดวงดาวหรือการสร้างเครือข่ายโลกเสมือนจริง เป็นต้น
อีกเพียงไม่นานดาวเคราะห์สีน้ำเงินก็จะสามารถเชื่อมต่อกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ในจักรวาลได้แล้ว
เมื่อการต่อรองจบลงด้วยดีเช่นนี้ ก็ทำให้ฉู่โม่วรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก
“บรรพชนหมัวได้ส่งต่อเรื่องนี้กับผู้อาวุโสบางท่านในตำหนักบรรพชนเพื่อให้นำกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเดินทางไปที่ดาวเคราะห์สีน้ำเงินโดยเร็วที่สุด ฉันทิ้งดาวเคราะห์สีน้ำเงินไว้ที่เบื้องหลังนานเกินไปแล้ว ในที่สุดฉันก็จะได้กลับไปหาเฉินซีเวยสักที!”
เมื่อคิดถึงเฉินซีเวย ชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึงใบหน้าของเธอพร้อมกับรอยยิ้มอันงดงามนั้น
หลังจากออกมาสู่ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวเป็นเวลาเนิ่นนาน เขาก็คิดถึงเธอจับใจ
ฉู่โ